รีเซต

โลกร้อนเปลี่ยน “อังกฤษ” ทำอุณหภูมิพุ่ง-อาหารแพง อาจเร่งวิกฤตความเหลื่อมล้ำ

โลกร้อนเปลี่ยน “อังกฤษ” ทำอุณหภูมิพุ่ง-อาหารแพง  อาจเร่งวิกฤตความเหลื่อมล้ำ
TNN ช่อง16
20 พฤษภาคม 2569 ( 12:30 )
18

ผู้เชี่ยวชาญเตือนสหราชอาณาจักรจำเป็นต้องเริ่ม “คิดแบบประเทศอากาศร้อน” และเร่งปรับตัวต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอาจยิ่งขยายความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจให้รุนแรงกว่าเดิม

รายงานฉบับใหม่ของคณะกรรมการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร (CCC) ระบุว่า สหราชอาณาจักรจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

รายงานระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นแล้วราว 1.4 องศาเซลเซียสจากค่าปกติในอดีต และอาจเพิ่มขึ้นแตะ 2 องศาเซลเซียสภายในสองทศวรรษข้างหน้า ส่งผลให้คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น โดยอุณหภูมิอาจสูงถึง 45 องศาเซลเซียสและยาวนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ สูงกว่าสถิติเดิมที่เคยแตะ 40 องศาเซลเซียสในปี 2022 นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วมรุนแรงที่เกิดบ่อยขึ้น

CCC เตือนว่า เกือบทุกภาคส่วนของประเทศจะได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคม การสื่อสาร ที่อยู่อาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานดูแลผู้สูงอายุ

นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ “สหราชอาณาจักรที่ร้อนขึ้น” จะกลายเป็น “สังคมที่เหลื่อมล้ำมากขึ้น” เพราะผู้มีรายได้น้อยมักได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วมากกว่าคนที่มีทรัพยากรในการปรับตัว

ผลกระทบดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ก่อนคลอด โดยงานวิจัยของ Wellcome ระบุว่า หญิงตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางต่ออากาศร้อน หากไม่สามารถทำให้บ้านเย็นลงได้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

ภาคการศึกษาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน งานวิจัยที่ CCC อ้างถึงพบว่า นักเรียนมีโอกาสสอบตกมากขึ้นเมื่อสอบในอุณหภูมิภายนอก 32 องศาเซลเซียส เทียบกับ 22 องศาเซลเซียส แม้ CCC จะแนะนำให้โรงเรียนทุกแห่งติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายในปี 2050 แต่ข้อจำกัดด้านงบประมาณอาจทำให้การดำเนินการไม่ทั่วถึง

อุณหภูมิภายในบ้านยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยคืนที่มีอากาศร้อนที่อุณหภูมิไม่ลดต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสจะเกิดบ่อยขึ้น ทำให้นักเรียนจำนวนมากพักผ่อนไม่เพียงพอ รายงานระบุว่า บ้านในสหราชอาณาจักรกว่า 90% มีความเสี่ยงร้อนเกินไป และเครื่องปรับอากาศอาจเป็นทางออกเดียว แต่หลายครอบครัวอาจไม่มีเงินเพียงพอที่จะติดตั้งหรือเปิดใช้ได้ทั้งบ้าน

ด้านราคาอาหารก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศเช่นกัน เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรเสียหายจากสภาพอากาศรุนแรง ส่งผลให้ค่าอาหารเฉลี่ยของครัวเรือนเพิ่มขึ้นราว 360 ปอนด์ต่อปี และมีการคาดการณ์ว่าราคาอาหารอาจเพิ่มขึ้นอีก 50% ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้เมื่อเทียบกับปี 2021

ขณะเดียวกัน ผู้มีรายได้สูงมักมีศักยภาพในการป้องกันตนเองมากกว่า ทั้งการย้ายที่อยู่อาศัยหรือปรับปรุงบ้านเพื่อป้องกันน้ำท่วม ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยมักไม่มีทางเลือก และยังเข้าถึงพื้นที่สีเขียวหรือธรรมชาติได้น้อยกว่า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยลดผลกระทบจากอากาศร้อน

“แคธ สมิธ” หัวหน้าฝ่ายผลกระทบทางสังคมของสถาบัน Green Alliance กล่าวว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม แต่เชื่อมโยงกับความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และพื้นที่อยู่อาศัย หากนโยบายภาครัฐไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมเหล่านี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น

นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า วิกฤตสภาพอากาศอาจส่งผลทางการเมืองด้วย โดยกลุ่มการเมืองแนวประชานิยมอาจใช้ความไม่พอใจของประชาชนต่อการรับมือที่ล่าช้าของรัฐบาลมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ด้านดร. ฟรีเดอริเกอ อ็อตโต ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจาก Imperial College London กล่าวว่า แม้การปรับตัวจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างรวดเร็ว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในที่สุด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง