รีเซต

ภัยเงียบจาก "แสงแดด" ต้นเหตุการเกิดโรคร้าย อันตรายที่หลายคนคาดไม่ถึง

ภัยเงียบจาก "แสงแดด" ต้นเหตุการเกิดโรคร้าย อันตรายที่หลายคนคาดไม่ถึง
TNN ช่อง16
12 เมษายน 2569 ( 23:22 )

แสงแดดประกอบด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) หรือรังสียูวี (UV) ที่สามารถทำให้คอลลาเจน (เซลล์เนื้อเยื่อของผิวหนัง) เสื่อมสภาพ สารอนุมูลอิสระ ที่เกิดจากร่างกายต่อสู้กับสิ่งระคายเคืองเป็นเวลานาน หากสารตัวนี้หลงเหลืออยู่ในผิวหนัง สามารถทำลายเซลล์รอบๆ ตัว ส่งผลให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังได้


รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) หรือรังสียูวี (UV) มี 3 ชนิด

1. รังสียูวีเอ (UVA) คือ รังสีอัลตราไวโอเลตที่มีความยาวคลื่น 320-400 นาโนมิเตอร์ สามารถทะลุไปถึงชั้นผิวหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้ได้ ในระยะยาวเชื่อกันว่าหากได้รับรังสี UVA มากๆ จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง ทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ส่งผลให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยก่อนวัย สีผิวคล้ำเข้ม ขาดความสดใส


2. รังสียูวีบี (UVB) คือ รังสีอัลตราไวโอเลตที่มีความยาวคลื่น 290-300 นาโนมิเตอร์  รังสี UVB ไม่สามารถทะลุสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกได้ แต่สามารถทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดอาการแสบร้อน แดง และไหม้เกรียม


3. รังสียูวีซี (UVC) ปัจจุบันนี้พบว่ารังสี UVC ก็สามารถทะลุชั้นโอโซนมายังพื้นโลกได้ เกิดจากมนุษย์ได้สร้างมลพิษกับสิ่งแวดล้อมจนไปทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนให้บอบบางลง


โรคที่เกิดจากแสงแดด

1.โรคมะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer) รังสี UV จะเข้าทำลาย DNA (Genotoxic) จนทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ พราะในแสงแดดจะมีสารกระตุ้นมะเร็งอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อได้รับแสงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากขึ้น

2.โรคฝ้า (melasma) แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นที่ทำให้เกิดฝ้า ผื่นสีน้ำตาลที่ใบหน้าโดยเฉพาะที่บริเวณแก้ม จมูก หน้าผาก คาง บริเวณที่ถูกแสงแดด มักจะพบในผู้หญิงวัย 30-40 ปี

3.โรคต้อเนื้อ (Pterygium) เกิดจากสัมผัสของรังสี UV จากดวงอาทิตย์กับเยื่อบุตามากเกินไป กลายเป็นเนื้อรูปสามเหลี่ยมสีแดงยื่นเข้าไปในตาดำ จนเยื่อบุตาเสื่อมลงในที่สุด

4.โรคลมแดด (Heat Stroke) เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป และขับเอาความร้อนออกจากร่างกายไม่ทัน จนมีอาการหน้ามืด ตาลาย เป็นลม  สามารถช็อก และชีวิตได้


วิธีป้องกันอันตรายจากแสงแดด

1.หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. เป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นช่วงที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังมากที่สุด

2.หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมเสื้อผ้าที่มีความหนา สีเข้ม และมิดชิด รวมทั้งสวมหมวก และกลางร่ม

3.ควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม (2 มิลลิกรัมต่อ 1 ตารางเซนติเมตรของผิวหนัง) ก่อนออกแดด 15  นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป

4.แสงแดดเป็นแหล่งของวิตามินดี ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น เป็นการเสริมสร้างกระดูก เพื่อการเจริญเติบโต หากจะได้ประโยชน์จากแสงแดด เพียงแค่ให้ใบหน้า แขน ขา สัมผัสกับแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า เป็นเวลา 10-15 นาที หรือสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง  ก็เพียงพอ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง