รีเซต

วิกฤตความยั่งยืนโลก! UN ชี้ 17 เป้าหมาย SDGs ไม่มีแม้แต่เป้าหมายเดียวที่สำเร็จ

วิกฤตความยั่งยืนโลก! UN ชี้ 17 เป้าหมาย SDGs ไม่มีแม้แต่เป้าหมายเดียวที่สำเร็จ
TNN ช่อง16
25 มิถุนายน 2569 ( 12:00 )

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2569 (Sustainable Development Report 2026) เปิดเผยว่า โลกยังคงห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยไม่มีเป้าหมายใดจากทั้งหมด 17 เป้าหมายที่อยู่บนเส้นทางสู่ความสำเร็จภายในปี 2573 ตามกำหนด


รายงานดังกล่าวจัดทำโดยเครือข่ายวิชาการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Solutions Network: SDSN) ซึ่งปีนี้นับเป็นฉบับที่ 11 หลังจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติร่วมกันรับรองเป้าหมาย SDGs เมื่อปี 2558 เพื่อใช้เป็นกรอบการพัฒนาที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


ผลการประเมินพบว่า จากเป้าหมายย่อยทั้งหมด 169 เป้าหมาย มีเพียง 16% เท่านั้นที่มีแนวโน้มบรรลุผลได้ทันภายในปี 2573 ขณะที่อีก 16% กลับมีสถานการณ์ถดถอยลง และความคืบหน้าโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ “ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก”


เป้าหมายที่มีความคืบหน้าน่ากังวลเป็นพิเศษ ได้แก่ เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนยั่งยืน เป้าหมายที่ 14 การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน และเป้าหมายที่ 16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง ซึ่งหลายด้านแทบไม่มีความก้าวหน้าที่ชัดเจนนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี 2558


รายงานระบุว่า แม้ตัวเลขเฉลี่ยระดับโลกจะสะท้อนภาพรวมของความคืบหน้า แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างภูมิภาคและประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุน การลงทุน และความเปราะบางเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน


สำหรับการจัดอันดับประเทศที่มีความก้าวหน้าด้าน SDGs สูงที่สุด พบว่า 19 จาก 20 อันดับแรกเป็นประเทศในยุโรป โดยฟินแลนด์ครองอันดับหนึ่ง ตามด้วยสวีเดนและเดนมาร์ก อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศกลุ่มนี้จะมีผลการดำเนินงานดีที่สุด แต่ก็ยังประสบปัญหาในการบรรลุเป้าหมายด้านการบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้เป็นภูมิภาคที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 โดยอินเดียและจีนเป็นสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีอันดับดีขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา


ในด้านความมุ่งมั่นต่อความร่วมมือพหุภาคีภายใต้กรอบสหประชาชาติ บาร์เบโดสได้รับการจัดอันดับสูงสุด ตามด้วยแอนติกาและบาร์บูดา อุรุกวัย ตรินิแดดและโตเบโก มัลดีฟส์ จาเมกา มอริเชียส ชิลี ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับสุดท้ายของดัชนีดังกล่าวเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน


รายงานระบุว่า ในช่วงการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯ ได้ถอนตัวจากองค์กร อนุสัญญา และข้อตกลงระหว่างประเทศรวม 66 ฉบับ รวมถึงข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกระบวนการความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศหลายด้านของสหประชาชาติ พร้อมทั้งแสดงจุดยืนคัดค้านวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 อย่างเปิดเผย


รายงานฉบับนี้ใช้ตัวชี้วัดมากกว่า 100 รายการในการประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละประเทศ ตั้งแต่อัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด ระดับการรู้หนังสือ อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ไปจนถึงจำนวนผู้สูบบุหรี่ โดยอาศัยข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และสหประชาชาติ รวมถึงข้อมูลจากภาคประชาสังคม งานวิจัยทางวิชาการ และระบบภูมิสารสนเทศ


อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูล ทำให้มี 24 ประเทศที่ไม่สามารถนำมารวมอยู่ในการจัดอันดับของปีนี้ได้


รายงานสรุปว่า แม้เวลาจะเหลืออีกเพียง 4 ปีก่อนถึงเส้นตายปี 2573 แต่โลกยังต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งการลดความยากจน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการลดความเหลื่อมล้ำ หากต้องการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ประชาคมโลกได้ร่วมกันให้คำมั่นไว้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง