รีเซต

จับตาทรัมป์เยือนจีนเจรจาการค้า เสี่ยงกดดัน "ทองคำ" มอง "แร่เงิน" รับอานิสงส์โตตาม AI และ EV

จับตาทรัมป์เยือนจีนเจรจาการค้า เสี่ยงกดดัน "ทองคำ" มอง "แร่เงิน" รับอานิสงส์โตตาม AI และ EV
TNN ช่อง16
13 พฤษภาคม 2569 ( 10:54 )
12

จับตาผลเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ปัจจัยชี้ชะตาทองคำ

คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 ถึงทิศทางตลาดทองคำว่า ปัจจุบันราคาทองคำพยายามทรงตัวรักษาระดับอยู่ที่ประมาณ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะถัดไปคือ การเดินทางเยือนจีนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเจรจาการค้า ซึ่งได้นำซีอีโอจากบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยี, AI, ชิป และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของสหรัฐฯ ร่วมคณะไปด้วย

  • หากการเจรจาครั้งนี้ประสบความสำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจโลกและกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี

  • ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) มีแนวโน้มไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างทองคำ ไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

  • ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ที่กลับมาแข็งค่าขึ้น รวมถึงความกังวลด้านสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มคลี่คลายและไม่ขยายวงกว้าง ถือเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ

กลยุทธ์ลงทุนทองคำ เน้นทำกำไรระยะสั้น นักลงทุนระยะยาวควรรอซื้อเมื่อย่อตัวลึก

สำหรับมุมมองทางเทคนิค คุณธนะเกียรติ ประเมินว่า แม้ระยะสั้นราคาทองคำจะมีการรีบาวด์ขึ้นมาได้บ้าง แต่ในระยะกลางยังคงเผชิญแนวต้านสำคัญที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

  • นักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ระมัดระวัง หากราคาหลุดแนวรับที่ 4,560 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงแรง แนะนำให้หาจังหวะเปิดสถานะ Short สำหรับกรอบการลงทุนรายวัน (Day Trade) ให้แนวรับไว้ที่ 4,630 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,774 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

  • นักลงทุนระยะยาว (กรอบเวลา 1 ปีขึ้นไป) แนะนำให้ชะลอการลงทุนและรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับแข็งแกร่งที่ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (คิดเป็นเงินบาทประมาณ 64,000 บาท)

"แร่เงิน" (Silver) ดาวเด่นรับเทรนด์เทคโนโลยี โอกาสทำกำไรใหม่

ในกรณีที่การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน เป็นผลสำเร็จ อุตสาหกรรมที่จะได้รับอานิสงส์โดยตรงคือกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV), AI และชิปประมวลผล ซึ่งจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อ "แร่เงิน" (Silver) เนื่องจากแร่เงินเป็นส่วนประกอบสำคัญในแผงวงจรชิปและอุปกรณ์ยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ หลายประเทศยังมีการกักตุนแร่เงินเพื่อใช้ในยุทโธปกรณ์ทางทหาร เช่น จรวดขีปนาวุธ ทำให้ความต้องการในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คำแนะนำการลงทุนในแร่เงิน

  • เป้าหมายราคาของแร่เงินในระยะยาว ประเมินไว้ที่ 100 - 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

  • ปัจจุบันราคาแร่เงินปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงที่ระดับประมาณ 87 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะย่อตัวลงมาที่ระดับ 81 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จึงเป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าสะสม

ช่องทางการลงทุนแร่เงินในประเทศไทย

  1. การซื้อแร่เงินแท่ง (Physical Silver) นักลงทุนจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 90,000 บาทต่อกิโลกรัม

  2. การลงทุนผ่าน TFEX (Silver Online Futures) เป็นช่องทางที่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นถึงกลาง มีสภาพคล่องสูง โดยใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) ต่ำกว่า และไม่มีภาระเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนการถือครองของจริง 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง