รีเซต

กระทรวงเกษตรฯ ขุมทรัพย์เกรดเอ-ฐานที่มั่นคะแนนนิยม หมากสำคัญ “ดีล” ร่วมรัฐบาลอนุทิน 2

กระทรวงเกษตรฯ ขุมทรัพย์เกรดเอ-ฐานที่มั่นคะแนนนิยม หมากสำคัญ “ดีล” ร่วมรัฐบาลอนุทิน 2
TNN ช่อง16
19 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:32 )
26

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลายเป็น “หมากตัวสำคัญ” บนกระดานจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 เมื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล ตัดสินใจดึงโควตากลับจาก พรรคกล้าธรรม อดีตพรรคร่วมรัฐบาล

คำถามคือ ในบรรดากระทรวงเกรดเอมากมาย ทำไมกระทรวงเกษตรฯ ถึงเป็นเป้าหมายที่ทั้งพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดใหญ่ต่างหมายตา

 

กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะยุทธศาสตร์การเมือง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานกำกับดูแลการผลิตอาหารของประเทศ แต่เปรียบเสมือน “ศูนย์รวมการจัดสรรทรัพยากร” ที่สามารถแปลงงบประมาณให้กลายเป็นคะแนนนิยมทางการเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะ กรมชลประทาน ที่ทำหน้าที่กระจายงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานน้ำไปยังจังหวัดต่าง ๆ โครงการคลองส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ ระบบป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง ล้วนเป็นผลงานที่ประชาชนมองเห็น และจับต้องได้

นอกจากนี้ ยังมีกลไกเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ ซึ่งมีมูลค่าธุรกิจระดับล้านล้านบาท เชื่อมโยงเกษตรกรจำนวนมหาศาล และยังรวมถึงยุทธศาสตร์การจัดการที่ดิน เช่น การเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ที่ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบกรรมสิทธิ์ แต่คือการเปลี่ยนที่ดินให้เป็นทุน และในทางการเมือง มันคือการเปลี่ยนนโยบายให้กลายเป็นความผูกพันระยะยาวกับฐานเสียง

กลไกเหล่านี้ทำให้การคุมกระทรวงเกษตรฯ ไม่ใช่เพียงการควบคุมกลไกการผลิต แต่คือการกุมกุญแจสำคัญของระบบอุปถัมภ์ที่พัฒนาไปตามยุคสมัย

มิติฐานเสียงในต่างจังหวัด

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผู้เชี่ยวชาญการเมืองท้องถิ่น มองว่า กระทรวงเกษตรสามารถพานโยบายของพรรคการเมืองไปสัมผัสชีวิตจริงของประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดได้โดยตรง

แม้เศรษฐกิจไทยวันนี้จะขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวแต่ฐานประชากรจำนวนมากยังอยู่ในภาคเกษตร

การดูแลกระทรวงนี้จึงเท่ากับการมีเครื่องมือสร้างคะแนนนิยมผ่านโครงการที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คน ตั้งแต่มาตรการประกันราคาพืชผล ไปจนถึงโครงการจัดการน้ำและที่ดิน

จึงไม่แปลกที่กระทรวงเกษตรฯ จะเป็นกระทรวงฯสำคัญในสายตาพรรคการเมืองทุกขนาด


งบประมาณที่มองไม่เห็น หลังรัฐธรรมนูญ 2560

รศ.ดร.ยุทธพร ชี้ว่าอีกมิติที่น่าสนใจ คือผลพวงจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดไม่ให้ ส.ส. และ ส.ว. แปรญัตติหรือมีส่วนร่วมในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายโดยตรง งบที่เคยถูกเรียกว่า “งบ ส.ส.” จึงหายไปในทางรูปแบบ

เมื่อ “งบ ส.ส.” แบบเดิมหายไปกลไกงบประมาณจึงเคลื่อนผ่านกระทรวงต่าง ๆ แทน และกระทรวงเกษตรฯ คือหนึ่งในกระทรวงที่มีการจัดสรรงบประมาณที่หลากหลายที่สุด ตั้งแต่โครงการเพาะปลูก มาตรการประกันรายได้ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานน้ำ

ทุกโครงการสามารถแปลงเป็น “ผลงานในพื้นที่” ได้ทั้งสิ้น เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตคนจำนวนมากโดยตรง

กระทรวงเกษตร จึงไม่ใช่แค่กระทรวงเศรษฐกิจ แต่คือกระทรวงที่ยึดโยงกับการสร้างฐานเสียงอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกันงบประมาณเหล่านี้อาจไม่ถูกเรียกว่า งบ ส.ส.แต่สามารถกลายเป็นผลงานของผู้แทนฯ ได้ไม่ยากในทางปฏิบัติ


กระทรวงเกษตร จีงเป็นมากกว่าแค่กระทรวงเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญในการสร้างคะแนนนิยท และรวบรวมฐานเสียง

ดังนั้นในเกมจัดตั้งรัฐบาลใครคุมเกษตรฯ ผู้นั้นไม่ได้แค่บริหารนโยบาย แต่อาจกำลังกำหนดทิศทางฐานเสียงในวันเลือกตั้งข้างหน้า

ชัยชนะทางการเมืองในประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นบนเวทีปราศรัยเท่านั้น แต่มักเริ่มต้นที่ทรัพยากรในมือเกษตรกร

เพราะในเกมอำนาจ “ทรัพยากร” คือคะแนน และ “เกษตรกร ” คือฐานเสียงสำคัญในการชี้วัดผลเลือกตั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง