พร้อมแล้ว! ‘คนละครึ่ง’ เฟส 2 เตรียมเปิดลงทะเบียน 16 ธ.ค.นี้ ย้ำเอาเรื่องคนทุจริตแล้วกว่า 700 คดี

พร้อมแล้ว! ‘คนละครึ่ง’ เฟส 2 เตรียมเปิดลงทะเบียน 16 ธ.ค.นี้ ย้ำเอาเรื่องคนทุจริตแล้วกว่า 700 คดี
มติชน
14 ธันวาคม 2563 ( 17:20 )
145
พร้อมแล้ว! ‘คนละครึ่ง’ เฟส 2 เตรียมเปิดลงทะเบียน 16 ธ.ค.นี้ ย้ำเอาเรื่องคนทุจริตแล้วกว่า 700 คดี

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ระบบการลงทะเบียน โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมเพิ่มเติมอีกจำนวน 5 ล้านคน ในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ซึ่งจะสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2564 หลังจากที่ผ่านมาเปิดรับลงทะเบียนไปแล้ว 10 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่ถูกตัดสิทธิเนื่องจากไม่ใช้จ่ายภายใน 14 วันประมาณ 5 แสนคน

 

นายกฤษฎากล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้กระทรวงการคลังนับรวมอยู่ในสิทธิ 5 ล้านคนที่จะเปิดลงทะเบียนใหม่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรณีการพบผู้ทุจริตโครงการคนละครึ่ง เบื้องต้น พบการกระทำความผิดในส่วนร้านค้าและประชาชน จำนวน 700 คดี ซึ่งกระทรวงการคลังได้ประสานงานกับตำรวจให้ดำเนินการสอบสวนกรณีเหล่านี้แล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นการโกงในลักษณะใดนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากกลัวว่าจะเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่น ซึ่งหากพบว่าบุคคลเหล่านั้นมีการกระทำความผิดจริง จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน เช่นเดียวกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่มีการทุจริต หากกระทรวงการคลังพบสิ่งผิดปกติ ก็จะส่งให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้ตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป

 

“สำหรับคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนคนลงครึ่งเฟส 2 จะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. จนกว่าจะครบ 5 ล้านสิทธิ ส่วนผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากการไม่ใช่สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะแรก สามารถลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ได้ ขณะที่ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งกลุ่มเดิม จะสามารถกดปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘เป๋าตัง’ ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป โดยปุ่มนี้จะปรากฏเตือนบนหน้าแอพพลิเคชั่นทุกครั้ง จนกว่าผู้ได้รับสิทธิเดิมจะกดยืนยันรับสิทธิ และปุ่มดังกล่าวไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งเมื่อกดเข้าร่วมโครงการเฟส 2 แล้ว จะเริ่มใช้เงิน 500 บาท ที่ได้รับเพิ่มเติมในวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564” นายกฤษฎากล่าว

 

ด้านนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่เปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม 5 ล้านสิทธิ และการเติมเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมจำนวน 500 บาท 3 เดือนนั้น เบื้องต้นประเมินว่าจะช่วยดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2564 เพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินใส่ลงไปในระบบเศรษฐกิจกว่า 60,000 ล้านบาท ส่วนเศรษฐกิจปี 2564 จะขยายตัวได้ดีกว่า 4.5% ตามที่คาดการณ์เดิมหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะเดิม สศค.คาดว่าจีดีพีปี 2563 จะติดลบ 7.7% แต่ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นจากปัจจัยหลายข้อ โดยขอย้ำว่าผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะแรกและระยะที่ 2 จะไม่สามารถใช้สิทธิมาตรการช้อปดีมีคืนได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่จำแนกกลุ่มเป้าหมายของโครงการและมาตรการต่างๆ ไว้อย่างชัดเจนไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน ส่วนผู้ประกอบการร้านค้ายังคงสมัครเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง

 

“ความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 13 ธ.ค.2563 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 970,000 ร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้ว 9.5 ล้านคน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 43,330.80 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินที่ประชาชนจ่าย 22,156.50 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 21,174.3 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช” นางสาวกุลยากล่าว

 

นางสาวกุลยากล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามคือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ไม่แน่นอน ซึ่งจะต้องไม่ให้เกิดการล็อกดาวน์อีกอย่างช่วงที่ผ่านมา เพราะเงินที่ใช้สำหรับการเยียวยามากกว่าใช้กับมาตรการป้องกันโควิด-19 ดังนั้น ประชาชนทุกคนจะต้องระมัดระวังป้องกันตัวเองอยู่เสมอ ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องติดตามคือภาคการบริโภค ซึ่งคิดเป็น 60% ของจีดีพี เนื่องจากในปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 100% ดังนั้น จึงต้องรอดูว่าปีหน้าการบริโภคจะกลับมามากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังต้องรอดูนโยบายการเงินการคลังของสหรัฐ ซึ่งขณะนี้นายโจ ไบเดน ขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ขณะที่การเมืองก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตามองเช่นเดียวกันถึงแม้จะส่งผลไม่มากนัก

 

ขณะที่นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลเรื่องการลงทะเบียนนั้น ได้มีการเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้สามารถรองรับการทำธุรกรรม คนลงทะเบียนในโครงการได้ถึง 500,000 รายการต่อวินาที เพื่อรองรับนักลงทะเบียนมือไฟ หรือผู้ที่ชอบกดส่งข้อมูลซ้ำๆ และยังพัฒนาระบบการส่งรหัสผ่าน OTP ที่ล่าช้า โดยได้มีการเพิ่มผู้ให้บริการโครงข่ายจาก 1 ราย เป็น 2 ราย เพื่อลดการกระจุกตัวของข้อมูล ซึ่งสามารถรองรับการส่งข้อความได้ถึง 9,000-8,000 วินาที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง