รีเซต

LOXLEYเทรดดิ้งโตโดด อัพพอร์ตรายได้ประจำ

LOXLEYเทรดดิ้งโตโดด อัพพอร์ตรายได้ประจำ
ทันหุ้น
12 กรกฎาคม 2566 ( 13:29 )
114

LOXLEY กางแผนปรับกลยุทธ์ ชูธุรกิจบริการ-เทรดดิ้ง เพิ่มรายได้ประจำเป็นกว่า 50% ของรายได้รวม มองเปิดประเทศเต็มรูปแบบหนุนธุรกิจกลุ่ม HoReCa เติบโตโดดเด่น ชี้อยู่ระหว่างพิจารณาแผนและแนวทางดำเนินธุรกิจ คาดไม่เกินสิ้นปีนี้เคาะข้อสรุป

 

นายสุรช  ล่ำซำ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจจากผู้ประกอบธุรกิจที่มีความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกเรื่อง โดยความสำคัญใน 5 กลุ่มธุรกิจหลักที่มีความชำนาญ ได้แก่ ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจเน็ตเวิร์คโซลูชั่นส์ ซึ่งเหล่านี้ดำเนินงานธุรกิจในลักษณะงานโครงการเป็นหลัก

 

และอีก 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจบริการ และธุรกิจเทรดดิ้ง ที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring) คิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 50% ให้กับบริษัท เป็นต้น ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมารายได้ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากงานโครงการเป็นหลัก ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง เพราะมีความเสี่ยงอันเนื่องจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ บริษัทจึงมีนโยบายสร้างความมั่นคงในเรื่องรายได้ และการสร้างความสมดุลของพอร์ตธุรกิจ โดยพยายามเพิ่มสัดส่วนของรายได้ประจำให้มากขึ้น

 

*เทรดดิ้งโตกระโดด

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สายธุรกิจเทรดดิ้งมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปี 2565 ธุรกิจเทรดดิ้งมีรายได้ 4,831 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 38% ของรายได้รวม 13,220 ล้านบาท สืบเนื่องจากการขยายธุรกิจเดิมที่มีอยู่ และสร้างธุรกิจใหม่ที่ส่งเสริมหรือเกื้อหนุนธุรกิจหลักที่ทำอยู่ ซึ่งในปี 2566 บริษัทยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายผลิตภัณฑ์หลากหลายรายการเพิ่มมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ในสายธุรกิจเทรดดิ้ง มีบริษัทหลักที่สำคัญ คือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจหลักเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยแผนการดำเนินงานพยายามสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการปรับบทบาทจากการเป็นตัวแทนจำหน่าย สู่การเป็นผู้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในธุริจที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

 

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราก็มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะในปัจจุบันได้มากที่สุด ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำให้กับเราคิดเป็นกว่า 50% แล้ว แต่อย่างไรก็ดี ด้วยความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ในนตอนนี้ ทำให้เราเองก็ยังพิจารณาแผนการลงทุนและแนวทางในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจต่อไป เบื้องต้นคาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน” นายสุรช กล่าว

 

*กลุ่ม HoReCa หนุน

นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บริษัทคือ บริษัท แอล ฟู้ดโซลูชันส์ จำกัด ให้บริการด้านร้านอาหาร และบริษัท สยามสมุทรวาริน จำกัด ดำเนินธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบอาหารเพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่ม HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง) ซึ่งจากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในช่วงที่ผ่ามาทำให้ HoReCa มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน และดีขึ้นทุกไตรมาสอีกด้วย มองว่า HoReCa เป็นตลาดใหญ่ มีโอกาสางธุรกิจอยู่อีกมาก

 

โดยบริษัท แอล ฟู้ดโซลูชันส์ จำกัด เป็นผู้ให้บริการร้านอาหารไทยฟิวชั่นส์ แบรนด์ “ตำรับกูร์” จำหน่ายเฉพาะออนไลน์ และร้านวาคิว ยากินิคุ (WaQ Yakiniku) บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั้ง 3 สาขาได้แก่ 1. สาขาเอสพลานาด รัชดา  2. สาขาดิ เอ็กซ์เพลส กาญจนาภิเษก และ 3. สาขาเดอะ การ์เด้น คลองเตย และล่าสุดได้เปิดสาขาใหม่ที่ ศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบเมนูบุฟเฟต์ปิ้งย่าง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เริ่มกลับมา หลังจากสถานการณ์โควิดที่ค่อนข้างผ่อนคลาย

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง