ไทยเมินม็อบป่วนฝรั่งเศสลุยเจาะตลาดขายสินค้าอาหาร

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในยุโรปที่ยังต้องจับตา ทั้งฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน รัฐบาลไทยออกมาเตือนคนไทยที่มีแผนเดินทางไปยุโรป ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาชะลอการเดินทางหากไม่มีความจำเป็น ขณะที่ภาคธุรกิจไทยยังเดินหน้าขยายตลาดในฝรั่งเศสต่อเนื่อง สะท้อนความพยายามรักษาโอกาสทางการค้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า สถานการณ์ในฝรั่งเศสและเมืองมิลานของอิตาลียังน่าเป็นห่วง ซึ่งมีเหตุการณ์ความไม่สงบจนต้องมีการประชุมฉุกเฉิน ขณะที่บางพื้นที่ในสเปนยังมีการประท้วงเช่นกันจึงขอให้คนไทยที่จะเดินทางไปยุโรปตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศปลายทางอย่างสม่ำเสมอ เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว และหากไม่มีความจำเป็น ควรพิจารณาเลื่อนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบออกไปก่อน
อย่างไรก็ตาม ในมิติการค้า ภาคธุรกิจไทยยังเดินหน้าเปิดตลาดในฝรั่งเศส โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ร่วมกับหอการค้าไทย นำผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทย 86 บริษัท เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ SIAL Paris 2026 ระหว่างวันที่ 17–21 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้า Paris Nord Villepinte กรุงปารีส
งานนี้ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี โดยปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 7,800 บริษัท จากประมาณ 130 ประเทศ บนพื้นที่จัดงาน 145,000 ตารางเมตร และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมเกือบ 300,000 ราย สำหรับประเทศไทย ปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2024 ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ผักและผลไม้สดและแปรรูป อาหารทะเล ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ซอสและเครื่องปรุงรส อาหารพร้อมรับประทาน ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม
เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปจัดแสดง แต่คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ได้พบปะผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากทั่วโลกโดยตรง เพื่อเจรจาธุรกิจ สร้างเครือข่ายคู่ค้า และเปลี่ยนโอกาสจากการพบปะในงานให้กลายเป็นคำสั่งซื้อจริง
DITP คาดว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้จะสร้างมูลค่าคำสั่งซื้อได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปี โดยสินค้าที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจ ได้แก่ อาหารที่มีนวัตกรรม อาหารเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยผ่านการนำเสนอเรื่องมาตรฐาน คุณภาพ และความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทูน่าและอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ซื้อในตลาดโลกให้ความสำคัญมากขึ้น
ด้านสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส ระบุว่า ในช่วงที่ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน ยังมีนักธุรกิจเข้าชมและเจรจาการค้าต่อเนื่อง โดยไม่พบผลกระทบที่ชัดเจนต่อการจัดงานและการเดินทางไปยังสถานที่จัดงานจากเหตุประท้วงในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทยฝรั่งเศส ถือว่าสองประเทศมีความร่วมมือทางการค้ามายาวนานมีมูลค่ารวมกันกว่า 5000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของไทยในสหภาพยุโรป ครอบคลุมสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป เครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ น้ำหอม เครื่องสำอาง และเวชภัณฑ์ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ในปี 2025 การค้าระหว่างไทยกับฝรั่งเศสมีมูลค่ารวม 160,194 ล้านบาท แบ่งเป็นการนำเข้า 93,819 ล้านบาท และการส่งออก 66,374 ล้านบาท ทำให้ไทยขาดดุลการค้ากับฝรั่งเศส 27,444 ล้านบาท ส่วนไตรมาสแรกของปี 2026 การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 38,743 ล้านบาท ไทยส่งออก 18,285 ล้านบาท และนำเข้า 20,457 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 2,172 ล้านบาท
ตัวเลขนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของไทย คือการเพิ่มศักยภาพการส่งออก เพื่อขยายโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภคในยุโรปมากขึ้น พร้อมยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และมูลค่าเพิ่มของสินค้าให้สามารถแข่งขันในตลาดที่มีข้อกำหนดสูงได้
ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสยังเป็นแหล่งลงทุนสำคัญของไทย โดยมีบริษัทฝรั่งเศสมากกว่า 290 แห่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และสร้างการจ้างงานกว่า 45,000 ตำแหน่ง ขณะที่ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ระบุว่ามีคำขอรับการส่งเสริมจากบริษัทฝรั่งเศสเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร
ด้านการท่องเที่ยว ตลาดฝรั่งเศสยังมีความสำคัญต่อไทย โดยในปี 2025 มีนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสเดินทางมาไทยประมาณ 846,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 720,806 คนในปีก่อนหน้าและมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยค่อนข้างยาว ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวข้อง ส่วนคนไทยไปเที่ยวฝรั่งเศสปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 2 แสนคนเลยทีเดียว
ปีนี้ยังเป็นวาระสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และ 340 ปีของการติดต่อครั้งแรกระหว่างสองประเทศ โดยไทยมุ่งต่อยอดความร่วมมือบนหลักผลประโยชน์ร่วมกัน ยกระดับมาตรฐานสากล และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนในระยะยาว สถานการณ์ในยุโรปครั้งนี้จึงมีสองด้านที่ต้องติดตามควบคู่กัน ด้านหนึ่งคือความปลอดภัยของคนไทยและความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่สงบ อีกด้านคือโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไทยยังต้องรักษาและขยายต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
