ครม.เพิ่ม”คาร์บอนเครดิต–สินทรัพย์ดิจิทัล”เข้าตลาดอนุพันธ์

#ทันหุ้น ครม.ไฟเขียวคลังเพิ่ม "คาร์บอนเครดิต-สินทรัพย์ดิจิทัล" เป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ หนุนตลาดทุนสีเขียว ลุ้นพ.ร.บ.ลดโลกร้อนช่วยดันราคาคาร์บอนเครดิตเพิ่ม เทรดได้ทั้งสปอต–ล่วงหน้า
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังในการขยายขอบเขตประเภทสินค้าอ้างอิงในตลาดตราสารอนุพันธ์ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และยกระดับตลาดทุนไทยให้เป็นตลาดทุนสีเขียวทัดเทียมมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เสนอการปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเพิ่มประเภทสินทรัพย์อ้างอิงในตลาดตราสารอนุพันธ์ (TFEX) โดยสินค้าใหม่ที่จะสามารถนำมาซื้อขายล่วงหน้าได้ ประกอบด้วย
1.คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.ใบรับรองพลังงานสะอาด เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3.สิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance)ซึ่งเป็นสิทธิที่กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถปล่อยก๊าซได้ตามโควตา และ 4.สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets)เพื่อเพิ่มความหลากหลายในระบบนิเวศการลงทุน
“การเพิ่มสินทรัพย์เหล่านี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้ตลาดตราสารอนุพันธ์เป็น "ตลาดรอง" ที่สมบูรณ์แบบ รองรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมที่นานาประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ”
เขากล่าวด้วยว่า นโยบายนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยคาร์บอนเครดิตจะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญสำหรับองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเกณฑ์ ให้สามารถนำเครดิตส่วนเกินมาขายให้แก่ผู้ที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซได้ ผ่านตลาดฟิวเจอร์ส (Future Market) ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวผ่านกลไกตลาดทุน
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยยังมีขนาดเล็กและราคายังต่ำกว่าในต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยุโรปหรือญี่ปุ่น สาเหตุหลักมาจากต่างประเทศมี "กลไกภาคบังคับ" (Mandatory Market) ที่กฎหมายห้ามธุรกิจปล่อยก๊าซเกินกำหนด หากเกินต้องซื้อเครดิตมาชดเชย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่า หากมีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ลดโลกร้อน ในอนาคต ซึ่งจะมาพร้อมกับกลไกราคาภาคบังคับ จะทำให้คาร์บอนเครดิตมีมูลค่าและมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมือนเป็น "หุ้น" ตัวหนึ่งที่มีสภาพคล่องทั้งในตลาดจร (Spot Market) และตลาดล่วงหน้า นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังอาจมีส่วนช่วยในทางอ้อมต่อการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกับการลดการปล่อยคาร์บอนที่ทำลายสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากมติ ครม. เห็นชอบในครั้งนี้ คือ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะไปดำเนินการกำหนดรายละเอียดและหลักเกณฑ์การกำกับดูแลต่อไป
“การปรับปรุงครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มสินค้าใหม่เข้าไปในตลาดฟิวเจอร์สเดิม แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานตลาดทุนไทยให้เป็นสากลมากขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาทำธุรกรรมได้ง่ายขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
