รีเซต

"Binance" เร่งสอบเหตุโจรกรรมคริปโทฯ เงินไหลออกทะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์

"Binance" เร่งสอบเหตุโจรกรรมคริปโทฯ เงินไหลออกทะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์
TNN ช่อง16
30 ตุลาคม 2569 ( 11:38 )
9

Binance ตรวจสอบพบเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีการครวจพบธุรกรรมที่น่าสงสัยจากกระเป๋าเงิน Hot Wallet คิดเป็นมูลค่าสูงสุดราว 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ส่งผลให้ผู้ออกเหรียญ Stablecoin อย่าง Tether ยืนยันการระงับหรืออายัด USDT มูลค่ามากกว่า 1,567 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Circle ได้อายัด USDC มากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ Ripple มีรายงานว่าได้ระงับสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน

เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวมารวมกัน มูลค่าสินทรัพย์ที่มีรายงานว่าได้รับการอายัดอยู่ที่เกือบ 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม มูลค่ารวมของสินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยการถอนสินทรัพย์จาก Binance รวมถึงการซื้อขายผ่าน Binance Alpha ยังคงถูกระงับไว้ชั่วคราว

เหตุการณ์นี้เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งอยู่ในภาวะปรับตัวลงอยู่แล้ว โดยราคาบิตคอยน์ลดลงต่ำกว่าระดับ 78,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาอีเธอร์ [ETH.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ร่วงลง 4.84% แตะที่ระดับ 2,247.45 ขณะที่เหรียญ BNB ซึ่งเป็นโทเคนหลักของ Binance ดิ่งลง 7.68% สู่ระดับ 694.45 ดอลลาร์

นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สงสัยว่า ผู้โจมตีอาจใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของ Ethereum ที่เรียกว่า EIP-7702 เพื่อเข้าควบคุมกระเป๋าเงิน Hot Wallet ของ Binance โดยกลไกดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเป็นลำดับดังนี้

ขั้นแรก ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมสิทธิ์อนุญาตของกระเป๋าเงินได้ EIP-7702 เปิดให้กระเป๋าเงิน Ethereum ทั่วไปสามารถอนุญาตให้ Smart Contract ดำเนินการแทนกระเป๋าเงินนั้นได้ นักวิจัยตรวจพบว่ากระเป๋าเงินของ Binance ดูเหมือนจะมอบสิทธิ์ควบคุมให้แก่ Smart Contract ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ

ขั้นที่สอง ผู้โจมตีได้พยายามส่งคำสั่งอนุมัติถึง 50 ครั้ง นักวิจัยระบุว่า ผู้โจมตีส่งคำสั่งอนุมัติที่ลงลายมือชื่อดิจิทัลแล้วจำนวน 50 ชุด โดยแต่ละชุดใช้หมายเลขลำดับธุรกรรม หรือ Nonce ที่ต่างกัน เนื่องจากกระเป๋าเงินของ Binance มีการประมวลผลธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง คำสั่งอนุมัติจะสำเร็จได้เฉพาะกรณีที่หมายเลข Nonce ตรงกับลำดับธุรกรรมปัจจุบันของกระเป๋าเงินเท่านั้น เมื่อคำสั่งที่ตรงกันสำเร็จ Smart Contract ที่เป็นอันตรายจึงสามารถเริ่มทำงานได้

ขั้นที่สาม Smart Contract ดังกล่าวเริ่มถอนสินทรัพย์ออกจากกระเป๋าเงิน รายงานระบุว่าสมาร์ตคอนแทรกต์มีฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อถอน ETH และโทเคนประเภทอื่น ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที มีการโอน Ethereum ประมาณ 167,464 ETH และ USDT มูลค่า 1,615 ล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากกระเป๋าเงินที่เรียกว่า Binance 14 รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นอีกหลายสิบรายการ หลังจากนั้น สินทรัพย์เหล่านี้ถูกโอนต่อผ่านที่อยู่กระเป๋าเงินปลายทางดังกล่าว

และขั้นตอนสุดท้ายสุดท้าย ภัยคุกคามอาจยังดำเนินอยู่ นักวิจัยเตือนว่าการมอบสิทธิ์ควบคุมแก่ Smart Contract ที่เป็นอันตรายอาจยังมีผลอยู่ จนกว่าจะมีการแทนที่หรือเพิกถอนสิทธิ์นั้น ซึ่งหมายความว่าสินทรัพย์ที่ถูกฝากเข้ามาใหม่ก็อาจมีความเสี่ยง หากกระเป๋าเงินที่ได้รับผลกระทบยังคงทำงานภายใต้โค้ดที่ผู้โจมตีควบคุม อย่างไรก็ดี Binance ยังไม่ได้เผยแพร่คำอธิบายทางเทคนิคที่ยืนยันกลไกการโจมตีนี้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้กระเป๋าเงินร้อนคือกระเป๋าเงินของศูนย์ซื้อขายที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และใช้สำหรับประมวลผลธุรกรรมของลูกค้า การที่กระเป๋าเงินประเภทนี้ถูกโจมตีไม่ได้หมายความว่าบัญชีของผู้ใช้งานแต่ละรายถูกเข้าถึงหรือถูกเจาะระบบโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของ Binance ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบสถานะการเปิดให้ถอนสินทรัพย์

ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงลิงก์หรือข้อความที่น่าสงสัย โดยเฉพาะข้อความที่อ้างว่าเสนอเงินชดเชยจากเหตุโจรกรรม เปิดทางให้ถอนเงินฉุกเฉิน หรือช่วยกู้คืนบัญชี เนื่องจากอาจเป็นการหลอกลวงที่อาศัยสถานการณ์ความตื่นตระหนก ควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน หรือ two-factor authentication โดยควรใช้แอปยืนยันตัวตนหรือกุญแจรักษาความปลอดภัยมากกว่าการรับรหัสทางข้อความ

ขณะที่ก่อนการโอนสินทรัพย์ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบที่อยู่กระเป๋าเงินปลายทางให้ครบถ้วน เนื่องจากมิจฉาชีพอาจใช้กลโกงแบบ address poisoning ซึ่งเป็นการสร้างธุรกรรมหรือที่อยู่กระเป๋าเงินที่มีลักษณะคล้ายกับที่อยู่จริง เพื่อให้เหยื่อเลือกที่อยู่ปลอมจากประวัติธุรกรรม นอกจากนี้ ไม่ควรเปิดเผยวลีสำหรับกู้คืนกระเป๋าเงิน หรือ recovery phrase และกุญแจส่วนตัว หรือ private key แก่บุคคลใด เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนของ Binance ไม่มีความจำเป็นต้องขอข้อมูลดังกล่าว

Binance ระบุว่าเงินของผู้ใช้งานยังคงปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ขอบเขตสุดท้ายของเหตุการณ์ที่สงสัยว่าเป็นการเจาะระบบ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้า ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง