รีเซต

ตลาดกาแฟไทยแข่งเดือด เชนยักษ์-แบรนด์จีน-ปั๊มน้ำมัน ชิงตลาด 65,000 ล้าน

ตลาดกาแฟไทยแข่งเดือด เชนยักษ์-แบรนด์จีน-ปั๊มน้ำมัน ชิงตลาด 65,000 ล้าน
TNN ช่อง16
27 พฤษภาคม 2569 ( 17:41 )
18

ตลาดกาแฟไทยเวลานี้ กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพราะกาแฟไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ธุรกิจเศรษฐกิจไลฟ์สไตล์” ที่เชื่อมโยงทั้งค้าปลีก อาหาร เดลิเวอรี ระบบสมาชิก และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เข้าด้วยกัน

ข้อมูลจาก Euromonitor และ Nestlé Thailand ระบุว่า ตลาดกาแฟไทยปี 2567 มีมูลค่าราว 60,000 ล้านบาท และปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 65,000 ล้านบาท แม้เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวและกำลังซื้อถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง

สิ่งนี้สะท้อนว่า “กาแฟ” เริ่มกลายเป็นสินค้าใช้จ่ายประจำวันของคนไทย ไม่ต่างจากอาหารหรือเครื่องดื่มทั่วไป

กาแฟไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่ม แต่ขาย “Traffic”

ธุรกิจจำนวนมากเริ่มมองกาแฟเป็น “Traffic Driver” หรือสินค้าดึงลูกค้าเข้าสู่ Ecosystem ของตัวเอง

ทั้งร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน ห้างค้าปลีก และแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ต่างต้องการส่วนแบ่งในตลาดนี้ เพราะกาแฟเป็นสินค้าที่มี “ความถี่ในการซื้อสูง” และต่อยอดยอดขายสินค้าอื่นได้จำนวนมาก

SCB EIC วิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ “Convenience” มากขึ้น ทำให้ตลาดกาแฟ Grab & Go และ Ready to Drink เติบโตเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่

ตลาดกาแฟไทย แข่งทุกสนาม วันนี้ตลาดกาแฟไทยถูกแบ่งออกเป็นหลายเซกเมนต์ชัดเจน

ทั้งกาแฟซอง กาแฟพร้อมดื่ม ร้านคาเฟ่ และ Specialty Coffee

แม้กาแฟซองยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่การเติบโตเริ่มชะลอลง ขณะที่กาแฟพร้อมดื่มกลับโตแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในร้านสะดวกซื้อที่ตอบโจทย์คนเมืองและพฤติกรรม On-the-go

อีกด้านหนึ่ง ตลาด Specialty Coffee ก็เติบโตต่อเนื่องในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-บน ที่ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อคุณภาพเมล็ดกาแฟและประสบการณ์เฉพาะตัว

ศึกใหม่ “สงครามทำเล”

การแข่งขันของธุรกิจกาแฟวันนี้ กำลังย้ายจาก “สงครามแบรนด์” ไปสู่ “สงครามทำเล”

โดยเฉพาะพื้นที่ทราฟฟิกสูง เช่น ปั๊มน้ำมัน Community Mall และอาคารสำนักงาน

Café Amazon ของกลุ่ม ปตท. ใช้เครือข่ายสถานีบริการทั่วประเทศเป็นจุดแข็งสำคัญ

ขณะที่ Inthanin และกาแฟพันธุ์ไทย ก็เริ่มเร่งขยายนอกปั๊มมากขึ้น

ส่วนแบรนด์ต่างชาติและแบรนด์จีนเริ่มบุกตลาดไทยหนักขึ้น ทั้ง Luckin Coffee, Cotti Coffee, Tim Hortons และ % Arabica ที่ใช้โมเดลร้านขนาดเล็ก ราคาเข้าถึงง่าย และเน้นระบบดิจิทัล

ศึกกาแฟยุคใหม่ แข่งทั้ง Data และ Ecosystem

วันนี้การแข่งขันในตลาดกาแฟไทย ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติอีกต่อไป

แต่แข่งกันทั้ง

ราคา

โปรโมชั่น

ระบบสมาชิก

เดลิเวอรี

Data ลูกค้า

และ Ecosystem ทางธุรกิจ

หลายแบรนด์เริ่มใช้ระบบสมาชิก สะสมแต้ม และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบละเอียด เพื่อทำโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล และเพิ่มความถี่ในการซื้อ

นี่คือยุค “Micro Segmentation” ที่ร้านกาแฟต้องเข้าใจลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้นกว่าเดิม


รายเล็กเหนื่อย รายใหญ่เร่งยึดตลาด

แม้ตลาดกาแฟไทยยังเติบโต แต่การแข่งขันกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะผู้เล่นรายใหญ่มีทั้งเงินทุน เทคโนโลยี ระบบสมาชิก และเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่ ทำให้สามารถเร่งขยายตลาดได้เร็วกว่าเดิมมาก

นั่นทำให้ร้านกาแฟรายเล็กต้องเผชิญแรงกดดันสูงขึ้น ทั้งต้นทุน ค่าเช่า และการแข่งขันด้านราคา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง