OR กำไรปี 68 ที่ 11,303.57 ลบ. โต 47.8% ตาม EBITDA ที่เพิ่มขึ้น

#OR #ทันหุ้น-บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปี 2568 มีกำไร 11,303.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.8% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไร 7,650.31 ล้านบาท โดยมีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 65,235 ล้านบาท (-9.0%) เมื่อเทียบปี 2567
โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobilityและกลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 10.2% และ 14.7% ตามลำดับ จากราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับลดลง ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่ากลุ่มธุรกิจ Lifestyle จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8% จากทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ตามการขยายสาขา และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
ปี 2568 มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท (+15.2%) จากปีก่อนหน้า โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหลักจากน้ำมันอากาศยานและดีเซล และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle จากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง เป็นผลมาจากการยุติธุรกิจที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผนในปี 2567 ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global ลดลงจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ลดลง ในประเทศกัมพูชาและฟิลิปปินส์เป็นหลัก สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับลดลง 3.8% จากค่าเช่าและค่าจ้างบุคคลภายนอก สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investment)
ภาพรวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทร่วมทุนในประเทศเมียนมาได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2567 ในงวดนี้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้น
**Q4/68 กำไร 2,078 ลบ.
OR เผยว่า ในไตรมาส 4/68 มีกำไรสุทธิ 2,078 ล้านบาท ลดลง 20.5% QoQ และลดลง 30.7% YoY โดยมีรายได้ขายและบริการ 155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,935 ล้านบาท (+1.3%) เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/68 ตามปัจจัยฤดูกาล
โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 2.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและดีเซล และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันที่ 3.9% จากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 20.1% จากปริมาณจำหน่ายที่ลดลงโดยหลักจากประเทศฟิลิปปินส์
ในไตรมาส 4/68 มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท ลดลง 435 ล้านบาท (-8.9%)จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Global
ที่ภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรปรับตัวลดลง และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Mobility ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรจะทรงตัว สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น
โดยหลักจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย
สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investments) ภาพรวมลดลงเล็กน้อย ในไตรมาสนี้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และมีผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์รวมทั้งมีการตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 343 ล้านบาท
**เสริมแกร่งธุรกิจ Lifestyle อย่างต่อเนื่อง
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงผลการดำเนินการปี 2568 มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 65,235 ล้านบาท หรือลดลง 9.0% จากปี 2567 ตามทิศทางการปรับลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม OR สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.2% จากปีก่อนหน้า โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Mobility จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Café Amazon ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพจากการยุติธุรกิจที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผนในปี 2567
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 OR มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาล โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility มีรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปริมาณจำหน่ายที่ขยายตัว โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้นจากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ส่วนกลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้ปรับลดลงจากปริมาณจำหน่ายที่ชะลอตัวในบางประเทศ
โดยในไตรมาสดังกล่าว OR มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,078 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จาก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปี 2568 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,654 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.8% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.94 บาท
"ทั้งนี้ OR ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle ตลอดทั้ง Value Chain ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจ Mobility และการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจ Global อย่างรอบคอบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และส่งมอบคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งพัฒนา OR Ecosystem ให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว" หม่อมหลวงปีกทอง กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
