รีเซต

ทรัมป์ชู “Drill, Baby, Drill” กลางสภา ไร้คำว่า “โลกร้อน” สะเทือนทิศทางพลังงานสหรัฐฯ

ทรัมป์ชู “Drill, Baby, Drill” กลางสภา ไร้คำว่า “โลกร้อน”  สะเทือนทิศทางพลังงานสหรัฐฯ
TNN ช่อง16
26 กุมภาพันธ์ 2569 ( 09:48 )

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เวลากว่า 108 นาทีในการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา โดยชูแนวทาง “drill, baby, drill” ผลักดันการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พร้อมวิจารณ์นโยบายพลังงานสีเขียวของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่าเป็น “green new scam” อย่างไรก็ตาม ตลอดการกล่าวสุนทรพจน์ เขาไม่ได้เอ่ยถึงคำว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เลยแม้แต่ครั้งเดียว


ในช่วงต้นของการปราศรัย ทรัมป์กล่าวถึงเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่แคมป์มิสติก รัฐเท็กซัส เมื่อปีที่ผ่านมา ว่าเป็น “หนึ่งในเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเห็น” พร้อมยกย่องเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 165 คน


ด้านนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจำนวนมากระบุว่า เหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้สอดคล้องกับคำเตือนเรื่องผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการสะสมก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศที่ทำให้ระบบภูมิอากาศกักเก็บพลังงานมากขึ้น ส่งผลให้เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงทวีความถี่และความเข้มข้น


แม้จะมีฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ว่าปัญหาโลกร้อนมีอยู่จริง แต่ทรัมป์ยังคงตั้งข้อสงสัยต่อประเด็นดังกล่าว และเดินหน้าสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยระบุว่า “การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวัน และการผลิตก๊าซธรรมชาติทำสถิติสูงสุดตลอดกาล เพราะผมรักษาคำมั่นว่าจะขุดเจาะ”


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสำนักสถิติแรงงานสหรัฐชี้ว่า นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง มีตำแหน่งงานในภาคเหมืองแร่ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติลดลงราว 15,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกัน การชะลอหรือยกเลิกโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงการระงับสัญญาเช่าพื้นที่พลังงานลมนอกชายฝั่ง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียหรือเลื่อนจ้างงานพลังงานสะอาดกว่า 172,000 ตำแหน่ง ตามการวิเคราะห์ขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อม


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พลังงานลมและแสงอาทิตย์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในสหรัฐ และมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจำกัดโครงการเหล่านี้อาจทำให้อุปทานพลังงานตึงตัว ในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)


ทรัมป์ยังประกาศแผน “คำมั่นคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้า” (ratepayer protection pledges) โดยระบุว่าจะให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รับผิดชอบต้นทุนพลังงานของศูนย์ข้อมูลตนเอง เพื่อไม่ให้ค่าไฟประชาชนเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี กลุ่มสิ่งแวดล้อมมองว่า มาตรการดังกล่าวยังขาดความชัดเจน และไม่แตะต้นตอของปัญหาการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล


นักวิเคราะห์เตือนว่า หากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI ยังคงอาศัยพลังงานจากถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก อาจกระทบต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของสหรัฐในระยะยาว ขณะที่ฝ่ายบริหารยังคงเร่งรัดกระบวนการอนุญาตทั้งโครงการศูนย์ข้อมูลและโรงไฟฟ้าฟอสซิลเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง