รีเซต

เปิดดีลไม่ลับ “ทรัมป์-สีจิ้นผิง” ประชุมสุดยอดปักกิ่ง เยือนจีนรอบ 9 ปี เบื้องหลังจากจับมือ แลกมาด้วยสินค้า ที่โลกยังต้องจับตา?

เปิดดีลไม่ลับ “ทรัมป์-สีจิ้นผิง” ประชุมสุดยอดปักกิ่ง เยือนจีนรอบ 9 ปี เบื้องหลังจากจับมือ แลกมาด้วยสินค้า ที่โลกยังต้องจับตา?
TNN ช่อง16
22 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )

สรุป "ทรัมป์-สี" ประชุมสุดยอด เยือนจีนรอบ 9 ปี สหรัฐฯ มาพร้อมกองทัพนักธุรกิจ ได้อะไรติดมือกลับไปบ้าง?


ทรัมป์เยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมขนทัพซีอีโอระดับโลก


การเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทั่วโลกจับตามอง เพราะถือเป็นการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 9 ปี และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ในระยะต่อจากนี้


การพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน ที่กรุงปักกิ่ง ไม่ได้เป็นเพียงภาพการจับมือทางการทูต แต่ยังเป็นสัญญาณว่าทั้งสองมหาอำนาจกำลังพยายามลดแรงปะทะทางเศรษฐกิจ หลังโลกเผชิญความตึงเครียดจากสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยีต่อเนื่องหลายปี


สิ่งที่ทำให้การเยือนครั้งนี้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ คือ ทรัมป์พาคณะนักธุรกิจระดับโลกเดินทางร่วมคณะจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้นำด้านเทคโนโลยี การเงิน ไปจนถึงอุตสาหกรรมพลังงาน


รายชื่อสำคัญ เช่น

* Tim Cook จาก Apple

* Elon Musk จาก Tesla และ SpaceX

* Cristiano Amon จาก Qualcomm

* Larry Fink จาก BlackRock

* David Solomon จาก Goldman Sachs

* Jane Fraser จาก Citigroup

รวมถึงผู้บริหารจาก Meta ด้วย


เบื้องหน้าชื่นมื่น แต่เบื้องหลังคือเกมต่อรองมหาอำนาจ


แม้บรรยากาศการพบปะครั้งนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและถ้อยคำเชิงบวก แต่เบื้องหลังคือการต่อรองผลประโยชน์ครั้งใหญ่ที่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างไม่ยอมเสียเปรียบกันง่าย ๆ


ก่อนเดินทางเยือนจีน ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ระบุว่า เขาต้องการให้จีน “เปิดประเทศมากขึ้น” เพื่อให้บริษัทอเมริกันและคณะนักธุรกิจที่เดินทางร่วมกันในครั้งนี้ สามารถแสดงศักยภาพและเข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจจีนได้มากขึ้น


เป้าหมายสำคัญของฝั่งสหรัฐฯ คือ การลดแรงปะทะทางเศรษฐกิจ เปิดทางให้บริษัทอเมริกันกลับมาทำธุรกิจกับจีน และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศฉุดเศรษฐกิจโลกหนักกว่าเดิม


ขณะที่ฝั่งจีนก็พยายามผลักดัน “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” และย้ำว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไม่ควรถอยกลับไปสู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบอีกครั้ง


ดีล Boeing ความหวังใหญ่ของสหรัฐฯ


หนึ่งในดีลสำคัญที่ถูกจับตา คือ อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ด้านการบินระหว่างสองประเทศหยุดชะงักมาหลายปี


ทรัมป์เปิดเผยว่า จีนเตรียมกลับมาซื้อเครื่องบินจาก Boeing ราว 200 ลำ และอาจเพิ่มได้สูงสุดถึง 750 ลำในอนาคต ครอบคลุมทั้ง Boeing 737 และ Boeing 777 ซึ่งใช้เครื่องยนต์จาก GE Aerospace


หากเกิดขึ้นจริง ดีลนี้จะช่วยฟื้นอุตสาหกรรมการบินของสหรัฐฯ อย่างมาก หลัง Boeing เผชิญทั้งปัญหาความปลอดภัย การแข่งขันจาก Airbus และแรงกดดันจากสงครามการค้ากับจีน


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ในระดับกรอบความร่วมมือเบื้องต้น เพราะยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับสายการบินผู้ซื้อ มูลค่าโครงการ หรือกำหนดส่งมอบอย่างเป็นทางการ


ดีลชิป AI จุดศูนย์กลางสงครามเทคโนโลยี


แต่ดีลที่ทั่วโลกจับตามองจริง ๆ อาจไม่ใช่เรื่องเครื่องบิน เพราะหลังมีชื่อของ Jensen Huang เดินทางร่วมคณะในนาทีสุดท้าย ความสนใจจึงพุ่งไปยังดีลชิป AI ทันที


ก่อนหน้านี้ สงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐฯ เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ ที่พยายามจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของจีน


สหรัฐฯ พยายามผลักดันการส่งออกชิป H200 ของ NVIDIA ไปยังจีน ซึ่งถือเป็นชิป AI ระดับสูงที่มีศักยภาพในการประมวลผลมหาศาล


รายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้อนุมัติคำขอของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จีนหลายแห่ง ได้แก่


* Alibaba

* Tencent

* ByteDance

* JD.com


รวมถึงผู้จัดจำหน่ายอย่าง Lenovo และ Foxconn ที่ได้รับอนุมัติให้เป็นตัวแทนจำหน่ายด้วย



จีน “เบรกดีล” ชิป AI ในช่วงท้าย


แม้ดีลชิป AI จะถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่ล่าสุดกลับมีรายงานว่า รัฐบาลจีนตัดสินใจ “เบรกดีล” ดังกล่าว


ทรัมป์เปิดเผยบนเครื่องบิน Air Force One หลังจบการประชุมสุดยอดว่า ทางการจีนเลือกไม่อนุมัติการซื้อชิปเหล่านี้ เพราะต้องการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมชิปภายในประเทศแทน


ด้าน Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า จีนต้องการรักษาเม็ดเงินลงทุนให้หมุนเวียนอยู่ในอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะการผลักดันชิปจาก Huawei และระบบ AI จาก DeepSeek


อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนลังเล คือ เงื่อนไขจากสหรัฐฯ ที่กำหนดให้ชิปต้องผ่านการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามก่อนส่งออก รวมถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการรับรองว่าจะไม่ถูกนำไปใช้ทางทหาร


นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า NVIDIA ต้องแบ่งรายได้บางส่วนให้กับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จากยอดขายในจีน ซึ่งยิ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งกังวลเรื่องการแทรกแซงทางอ้อมและความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยี


สินค้าเกษตร ดีลที่เกิดขึ้นจริงทันที


แม้ดีลชิปอาจไม่เป็นไปตามที่สหรัฐฯ คาดหวัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและเห็นผลทันที คือ การกลับมาซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ


หลังการประชุมสุดยอด ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ อย่างน้อยปีละ 17,000 ล้านดอลลาร์ ไปจนถึงปี 2571 เพิ่มเติมจากข้อตกลงนำเข้าถั่วเหลืองก่อนหน้านี้


ก่อนหน้านี้ จีนถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่สุดของเกษตรกรอเมริกัน โดยเฉพาะถั่วเหลือง ซึ่งจีนเคยนำเข้าจากสหรัฐฯ มากกว่า 12 ล้านตัน


นอกจากนี้ จีนยังกลับมาเปิดตลาดนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยต่ออายุใบรับรองโรงงานผลิตมากกว่า 400 แห่ง และเตรียมหารือเรื่องการฟื้นนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม


ดีลดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรอเมริกัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


พลังงาน และจุดยืนร่วมเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ ความร่วมมือด้านพลังงาน


มีรายงานว่า จีนส่งสัญญาณพร้อมเพิ่มการซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก


นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนร่วมกันในการคัดค้านแนวคิดการเรียกเก็บค่าผ่านทางสำหรับเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพราะมองว่าอาจเพิ่มต้นทุนพลังงานและกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก


ส่วนประเด็นภาษี แม้ยังไม่มีการประกาศยกเลิกมาตรการเดิม แต่สิ่งสำคัญคือ ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการตอบโต้ทางภาษีรอบใหม่ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็น “การพักรบชั่วคราว” เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลก


จุดเริ่มต้นของการคลายความตึงเครียดโลก?


แม้หลายดีลยังต้องติดตามต่อ และบางข้อตกลงยังเป็นเพียงกรอบความร่วมมือเบื้องต้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุด คือ สัญญาณว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ กำลังพยายามลดอุณหภูมิความขัดแย้ง


เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา สงครามการค้า สงครามชิป และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ตั้งแต่ตลาดการเงิน พลังงาน เทคโนโลยี ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานโลก


ดังนั้น การที่ผู้นำของสองประเทศกลับมาพบหน้าและเริ่มเจรจากันอีกครั้ง จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการคลายความตึงเครียด แม้จะยังเป็นเพียง “ชั่วคราว” ก็ตาม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง