'ทนายความ' พ.ต.อ.ไพรัตน์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน

'ทนายความ' พ.ต.อ.ไพรัตน์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน
มติชน
15 กันยายน 2563 ( 16:10 )
32
'ทนายความ' พ.ต.อ.ไพรัตน์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน

‘ทนายความ’ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63 ว่าที่ร้อยตรีสุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ ทนายความส่วนตัว พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รองผบก.อก.ภ9 ได้เดินทางมายื่นหนังสือคำร้องขอต่อศาล อาญากรุงเทพใต้ เพื่อให้ถอนหมายจับคดีกล่าวหา “ดักฟัง”

 

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ออกหมายจับตามศาลอาญากรุงเทพฯ ใต้ ที่ จ.498/2563 ในข้อหา “ดักฟัง ใช้ ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อความที่ติดต่อทางโทรศัพท์ โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย, กระทำด้วยประการใดๆ เพื่อดักรับไว้ ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความข่าวสารหรือข้อมูลอื่นใดที่มีการสื่อสารทางโทรคมนาคมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” กรณีที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ เปิดเผยคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างตนเองกับ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ขณะนั้นดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ที่เกี่ยวข้องกับการขายบัตรคอนเสิร์ต “คัมภีร์แผ่นดิน” โดยนำเงินเข้าชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ เมื่อปี 2560 ก่อนนำคลิปการสนทนาดังกล่าวไปให้สื่อมวลชนเผยแพร่ในวันที่ 14 มกราคม 2563 กระทั่ง พล.ต.ต.สุรินทร์ ทับพันบุบผา อดีตผู้บังคับการกองตรวจราชการ 8 ได้รับมอบอำนาจจากพล.ต.อ.สุชาติ มาเข้าแจ้งความที่สน.ปทุมวัน และต่อมาจึงมีการอนุมัติหมายจับดังกล่าวออกมา

 

ล่าสุดวันนี้ ว่าที่ร.ต.สุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ ทนายความส่วนตัว พ.ต.อ.ไพรัตน์ เดินทางมาที่ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ พร้อมเผยว่า ในส่วนของข้อกล่าวหา หรือความผิดที่ดำเนินการนี้ คือการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว ถือว่าเป็นความผิดเล็กน้อย และกรณีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคมและคณะกรรมการคณะปฏิรูป เรื่อง ดักฟัง ฉบับที่ 21 ส่วน พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 กับประกาศคณะปฏิรูปการปกครอง ฉบับที่ 21 ปี พ.ศ.2549 นั้น เป็นความผิดต่อรัฐ ซึ่งยังมิได้มีการดำเนินการสอบสวน โดย พ.ต.อ.ไพรัตน์ ก็มิได้ทำการกระทำความผิด 2 ข้อกล่าวหานี้เลย จึงเป็นกระบวนการข้อเท็จจริงที่เอามาแปะติดไว้กับเหตุของหมายจับ ฉะนั้นความไม่ชอบตรงนี้ ต้องถูกเพิกถอน ซึ่งจะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเรื่องนี้ ได้รับความเสียหาย

 

ด้านพ.ต.อ.ไพรัตน์ กล่าวว่า การบิดเบือนข้อเท็จจริงเสนอศาลออกหมายจับ ถือเป็นการทำลายระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศชาติ ซึ่งเป็นการละเมิดอำนาจศาลและเป็นการออกสื่อที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง ทำให้กระบวนการยุติธรรม เสียหาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง