ดีอีเอส เตือนใช้กรอบทะเบียนรถเลียนแบบ 'ป้ายประมูล' ผิดกฎหมาย 'ปิดทอง' ทับตัวอักษรก็ผิด

ดีอีเอส เตือนใช้กรอบทะเบียนรถเลียนแบบ 'ป้ายประมูล' ผิดกฎหมาย 'ปิดทอง' ทับตัวอักษรก็ผิด
มติชน
7 กันยายน 2564 ( 14:22 )
6
ดีอีเอส เตือนใช้กรอบทะเบียนรถเลียนแบบ 'ป้ายประมูล' ผิดกฎหมาย 'ปิดทอง' ทับตัวอักษรก็ผิด

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ใช้กรอบทะเบียนรถสกรีนลายกราฟิกเลียนแบบป้ายประมูล ไม่ผิดกฎหมาย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ

 

 

กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความว่า สามารถใช้กรอบทะเบียนรถสกรีนลายกราฟิก เป็นลายเดียวกับป้ายประมูลได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะขนส่งออกเองนั้น ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความดังกล่าว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย โดยการแก้ไข ดัดแปลง แผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งหมดหรือบางส่วน การเขียนแก้ไขตัวเลขด้วยลายมือให้เป็นเลขอื่นตามความเชื่อส่วนบุคคล

 

 

รวมถึงกรณีที่นำวัสดุ เช่น แผ่นทองคำเปลวหรือแผ่นสติ๊กเกอร์ ติดทับจนบดบังตัวอักษรหรือตัวเลขบนแผ่นป้ายทะเบียนรถ กรณีการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถสกรีนลวดลายกราฟิกเลียนแบบแผ่นป้ายทะเบียนประมูล รวมทั้งการนำแผ่นป้ายพลาสติกที่สกรีนลายกราฟิกไปใช้ครอบแผ่นป้ายทะเบียนรถ ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนประมูล

 

 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีทำแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่ทั้งแผ่นเลียนแบบแผ่นป้ายทะเบียนประมูลโดยใช้เลขทะเบียนเดิม และการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่ทางราชการไม่ได้ออกให้ การกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือนำวัสดุหรือสิ่งอื่นใดมาปิดบัง หรือติดไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

 

 

และหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถปลอม หมายเลขทะเบียนรถไม่ตรงกับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี ไม่ตรงกับสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ และรายละเอียดของตัวรถ ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเกิดความสับสนและไม่สามารถระบุหมายเลขทะเบียนรถได้ อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท

 

 

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือโทร. 02 2718888

ข่าวที่เกี่ยวข้อง