รีเซต

รัฐออกโรง! ศึกเดลิเวอรีจีนระอุ-คุมราคา เรียกคุย หวั่นตลาดพัง

รัฐออกโรง! ศึกเดลิเวอรีจีนระอุ-คุมราคา เรียกคุย หวั่นตลาดพัง
TNN ช่อง16
14 มกราคม 2569 ( 14:10 )
24

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บอกว่า ทางการจีนได้เปิดการสอบสวนและประเมินผลการแข่งขัน ในภาคบริการจัดส่งอาหารของประเทศ

การสอบสวนดังกล่าว ริเริ่มโดยสำนักงานคณะกรรมการต่อต้านการผูกขาด และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้คณะรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยดำเนินการตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของประเทศ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานบริหารกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐ

เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว ระบุว่า แม้อุตสาหกรรมบริการส่งอาหาร จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ขยายการจ้างงาน และส่งเสริมนวัตกรรม แต่ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาเด่นชัดมากขึ้น เช่น การอุดหนุนมากเกินไป เกิดสงครามราคา ไปจนถึงการควบคุมและชี้นำทราฟฟิก บนแพลตฟอร์ม

พฤติกรรมเหล่านี้ เพิ่มแรงกดดันต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง เป็นการแข่งขันที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าใหม่ และไม่ก่อให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ

ทั้งระบุอีกว่า การสอบสวนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแข่งขันที่ถูกต้องตามกฎหมาย, โปร่งใส และเป็นธรรม รวมถึงจัดระเบียบตลาด ทั้งในด้านราคา ที่ต้องกำหนดราคาอย่างมีคุณภาพ และการแข่งขันที่เหมาะสม

ซึ่งหลังจากประกาศออกมา ผู้ประกอบการ แพลตฟอร์ม ได้ออกมาตอบรับ และพร้อมจะให้ความร่วมมือในการสอบสวนดังกล่าวแล้ว 

ทั้งนี้ ตลาดเดลิเวอรีจีน เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่สุดของโลก ข้อมูลจาก IMARC Group พบว่าปี 2024 ตลาดเดลิเวอรีของจีน มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 81,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าปี 2025 จนถึงปี 2033 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 9.79 ต่อปี ทำให้ปี 2033 จะมีมูลค่าตลาดเติบโตขึ้นเป็น 197,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น ความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกสบาย และตัวเลือกอาหารที่หลากหลาย เป็นปัจจัยผลักดันการเติบโต ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ ก็มีส่วนสนับสนุนการเติบโต ผ่านการทำการตลาดเชิงรุก โดยนำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ บิ๊กดาตา เข้ามาเพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้มากขึ้น 

ด้านผู้ให้บริการเดลิเวอรี มีจำนวนหลายราย แต่ตลาดถูกครอบงำโดยผู้เล่นเพียง 2 รายใหญ่เท่านั้น คือ Meituan Dianping ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 มากกว่าร้อยละ 60 ของตลาดรวม และ Ele.me ในเครือ Alibaba ซึ่งอยู่ในลำดับที่สอง ส่วนแพลตฟอร์มรายอื่นๆ เช่น ENJOY Daojia และ Home-cook เป็นต้น

จนเมื่อต้นปี 2025 ที่ผ่านมา JD.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ได้เปิดบริการส่งอาหารในชื่อ JD Takeaway ยิ่งผลักดันให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มความร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีก รวมไปถึงการแข่งขันในภาคส่วนอีคอมเมิร์ซ ที่แข่งขันในเรื่องความเร็ว หรือบริการส่งด่วน ก็ร้อนแรงเช่นกัน

กลายเป็นศึก 3 เส้า ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ระหว่าง Alibaba, Meituan และ JD ต่างก็ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการเดิมพันครั้งใหญ่นี้ 

โดยปีที่ผ่านมา ทั้ง 3 รายทำสงครามกันอย่างดุเดือด ด้วยการเสนอส่วนลดและให้สิทธิพิเศษมากมาย เพื่อดึงดูดผู้บริโภค มีเป้าหมายเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในบริการส่งอาหาร

การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทำให้เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลตลาดสูงสุดของจีน ได้เรียกผู้บริหารของทั้ง 3 แพลตฟอร์มเข้าพบ เพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฏหมายและแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม แต่แอคชันดังกล่าวส่งผลให้สงครามราคาชะลอลงได้เพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ผลจากสงครามราคาที่ดุเดือด ทำให้เมื่อปีที่ผ่านมา Meituan บันทึกผลขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2022

บริษัทฯ ดังกล่าว รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025 ขาดทุนสุทธิ 16,000 ล้านหยวน ทั้งระบุเหตุผลว่า การขาดทุนส่วนใหญ่มาจากส่วนธุรกิจการค้าภายในประเทศ เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในธุรกิจจัดส่งอาหาร

แต่รายได้ของบริษัทฯ ยังเติบโตได้ร้อยละ 2 อยู่ที่ 95,500 ล้านหยวน และคาดการณ์ด้วยว่า การขาดทุนจะยังคงดำเนินต่อไปในไตรมาสปัจจุบัน (หมายถึง ไตรมาส 4) เนื่องจากการแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด กับ Alibaba และ JD ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซเหล่านี้ กำลังทุ่มเงินหลายพันล้านหยวนไปกับส่วนลดและเงินอุดหนุนเพื่อรุกคืบเข้าสู่ตลาดการจัดส่งอาหาร และส่งสินค้าด่วน ซึ่ง Meituan ถูกบังคับให้ต้องตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน

ขณะที่ Alibaba และ JD เอง ต่างรายงานว่ากำไรสุทธิโดยรวมลดลงครึ่งหนึ่งในไตรมาสเดียวกันนี้ 

การแข่งขันในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (บริการส่งด่วน) จากทั้ง 3 รายก็เป็นไปอย่างดุเดือด ไม่แพ้กัน โดยมีการเร่งลงทุนเพื่อขยายเครือข่ายกันอย่างต่อเนื่อง

เซาต์ไชน่า มอร์นิง โพสต์ รายงานว่า Cainiao ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจโลจิสติกส์ของ Alibaba Group มีแผนเปิดคลังสินค้าอินสแตนต์ คอมเมิร์ซ แห่งใหม่ หรือขยายคลังสินค้าที่มีอยู่ สำหรับ Tmall Supermarket ใน 31 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ ภายในสิ้นเดือนมกราคม 2026

ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอินสแตนต์ คอมเมิร์ซ ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุปโภคบริโภคที่เคลื่อนไหวเร็ว ตั้งแต่เครื่องดื่มไปจนถึงเครื่องสำอาง 

สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มการลงทุนของ Alibaba เพื่อเร่งเดินหน้าธุรกิจส่งด่วน เพื่อชิงความได้เปรียบจากคู่แข่งทั้ง 2 ราย 

ขณะเดียวกัน ทั้ง Meituan และ JD.com เอง ก็เดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในลักษณะเดียวกัน โดยผู้บริหารของ Meituan กล่าวเมื่อเดือนตุลาคม ว่าบริษัทได้สร้างศูนย์กระจายสินค้าในลักษณะดังกล่าวแล้วมากกว่า 30,000 แห่ง และมีแผนจะเพิ่มจำนวนเป็นมากกว่า 100,000 แห่งภายในปี 2027

ด้าน JD.com เช่นเดียวกัน กำลังขยายธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค 7Fresh โดยปรับร้านค้าออฟไลน์ให้เป็นทั้งร้านค้าปลีกและคลังสินค้าไปพร้อม ๆ กัน และยังเร่งขยายเครือข่ายสาขาออฟไลน์ทั่วประเทศ อีกด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง