รีเซต

สำรวจเบื้องลึก กระแสต่อต้านคนต่างชาติในญี่ปุ่นมาจากไหน?

สำรวจเบื้องลึก กระแสต่อต้านคนต่างชาติในญี่ปุ่นมาจากไหน?
TNN ช่อง16
1 เมษายน 2569 ( 15:40 )
11

กระแสต่อต้านชาวต่างชาติในญี่ปุ่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก เพราะญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย แต่กระแสต่อต้านชาวต่างชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศการไปเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ได้รับการต้อนรับจากคนญี่ปุ่นเหมือนเมื่อก่อน และต้องหวาดระแวงว่าตัวเองจะตกเป็นเหยื่อของการต่อต้านนักท่องเที่ยวต่างชาติในญี่ปุ่นด้วยหรือเปล่า

เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ย้อนแย้ง สำหรับประเทศญี่ปุ่นที่กำลังมีปัญหาสังคมผู้สูงอายุขั้นรุนแรง และเศรษฐกิจถดถอย และกำลังต้องการชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าไปช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว แต่กลับเกิดกระแสต่อต้านชาวต่างชาติในตอนนี้ และดูเหมือนว่าจะรุนแรงขึ้นทุกวัน

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เมื่อปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปญี่ปุ่นมากถึง 36.9 ล้านคน และในปี 2025 มีมากถึง 42.7 ล้านคน เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 4 เท่า หากเทียบกับเมื่อปี 2010 ซึ่งในตอนนี้ การท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับญี่ปุ่นมากเป็นอันดับที่ 2 เป็นรองแค่อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นควรจะเป็นข่าวดีสำหรับญี่ปุ่น แต่ก็ทำให้เกิดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้ว หากดูตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 42.7 ล้านคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มากเท่าไร หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าญี่ปุ่น และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าญี่ปุ่นอย่างฝรั่งเศส แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นก็คือนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ มักจะไปเที่ยวกระจุกตัวกันในเมืองแค่ไม่กี่เมือง เช่น โตเกียว เกียวโต โอซากา หรือ นารา จนทำให้เกิดความแออัดยัดเยียดตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ก็ยังมีปัญหาของพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติที่แห่กันไปถ่ายทำคอนเทนต์ในญี่ปุ่น ที่ล้วนสร้างความรำคาญให้กับคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการอัดคลิปเต้นในที่สาธารณะ การพูดเสียงดังเพื่ออัดคลิปในรถไฟ การปีนป่ายตามที่ต่าง ๆ การบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่น ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อย ๆ สะสมความไม่พอใจจนเกิดกลายเป็นกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่หลาย ๆ ชุมชนของญี่ปุ่นตัดสินใจใช้วิธีป้องกันไม่ให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการติดม่านบังวิวภูเขาฟูจิไม่ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป การขึ้นค่าธรรมเนียมตามสถานที่ท่องเที่ยวให้มีราคาแพงขึ้น หรือการที่ร้านค้า หรือร้านอาหารท้องถิ่น แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้อนรับหรือไม่บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะพบเห็นได้เยอะมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม หากเราศึกษาสาเหตุเรื่องกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวต่างชาติในหมู่ชาวญี่ปุ่นแล้ว จะพบว่ามีต้นตอมาจากปัญหาเศรษฐกิจของญี่ปุ่น และค่าเงินเยนที่ตกต่ำลงไม่หยุด

 คนรุ่นใหม่อาจจะเติบโตมาในยุคที่ค่าเงินเยนญี่ปุ่น อยู่ที่ประมาณ 25-27 บาท ต่อ 100 เยน ซึ่งตอนนี้ ค่าเงินเยนลดลงมาเหลือแค่ 20-21 บาท ต่อ 100 เยนแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเคยแพงระดับ 38-40 บาท ต่อ 100 เยน ซึ่งในยุคนั้น มีแค่คนรวยเท่านั้นที่เดินทางไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นได้ แต่เมื่อเงินเยนตกลงมามากขนาดนี้ ทำให้ใคร ๆ ก็ไปแห่ไปเที่ยวกันที่ญี่ปุ่น เพราะค่าใช้จ่ายถูกลงมามาก ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเอาเปรียบ 

ศาสตราจารย์ อิโต้ มาซาอากิ จากมหาวิทยาลัยเซเคอิ ในกรุงโตเกียว อธิบายให้เรานึกภาพตามว่า “เมื่อคนญี่ปุ่นเห็นชาวต่างชาติใช้โอกาสที่ค่าเงินเยนตก เข้ามาใช้จ่ายในญี่ปุ่นอย่างมีความสุข ขณะที่ชาวญี่ปุ่นซื้อของได้น้อยลง เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น มันทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยรู้สึกน้อยใจ และรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกเอาเปรียบในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้” 

นอกจากนี้ มีรายงานว่ากระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังมีสาเหตุมาจากการปล่อยข่าวปลอมของนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัดของญี่ปุ่น ที่ต้องการสร้างกระแสอนุรักษ์นิยมเพื่อผลประโยชน์ด้านการเมือง โดยมีการตรวจสอบพบว่าช่วงไม่กี่ปีทีผ่านมา มีการปล่อยข่าวแง่ลบเกี่ยวกับชาวต่างชาติในญี่ปุ่น เพื่อปลุกกระแสต่อต้านชาวต่างชาติอย่างเป็นระบบ โดยหลาย ๆ ข่าวถูกตรวจพบว่าเป็นข่าวปลอม หรือเฟคนิวส์

 

 

 


อย่างข่าวเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติ เตะกวางที่เมืองนารา ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้ชาวญี่ปุ่นอย่างมาก และกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก แต่ นาคานิชิ ยาสุฮิโระ ซึ่งเป็นตัวแทนขององค์การที่ดูแลกวางในเมืองนารา บอกว่าเขาไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวเตะกวางเลยสักครั้ง ซึ่งเขาทำหน้าที่เดินตรวจรอบ ๆ สวนสาธารณะที่มีกวางอยู่เป็นประจำทุกวัน และพอตรวจสอบ เขาก็พบว่าเรื่องนี้เป็นข่าวปลอมที่เผยแพร่ในช่องยูทูปของกลุ่มขวาจัดในญี่ปุ่น ที่มักเผยแพร่ข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนเป็นประจำอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอมว่าชาวต่างชาติในญี่ปุ่นก่อคดีข่มขืนเพิ่มขึ้น ซึ่งข่าวปลอมลักษณะนี้ ทำให้ชาวญี่ปุ่นเริ่มรู้สึกหวาดระแวงและต่อต้านชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาวญี่ปุ่นทุกคนจะรู้สึกต่อต้านชาวต่างชาติ เพราะยังมีชาวญี่ปุ่นอีกจำนวนมาก ที่รู้ดีว่าพวกเขาต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว หรือคนทำงาน เช่น เจ้าของร้านอาหารหลายแห่งในญี่ปุ่นที่ยืนยันว่าหากไม่มีพนักงานต่างชาติ พวกเขาก็คงหาคนมาทำงานไม่ได้และคงต้องปิดร้านไปโดยปริยาย เพราะหาคนมาทำงานไม่ได้ หรือ มิซูโอะ ไดสุเกะ เจ้าของเรือประมงบนเกาะชิโกกุ ที่บอกเหมือนกันว่าธุรกิจของเขาก็คงอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีแรงงานต่างชาติ เพราะครึ่งหนึ่งของแรงงานที่เขาจ้างเป็นคนอินโดนีเซีย และเขาบอกว่า คนญี่ปุ่นควรจะขอบคุณชาวต่างชาติมากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง