TrueID

พบ "โอไมครอน" กลายพันธุ์ใน 3 ประเทศ ตรวจพบยากขึ้น ถูกขนานนาม "สเตลท์โอไมครอน"

พบ "โอไมครอน" กลายพันธุ์ใน 3 ประเทศ ตรวจพบยากขึ้น ถูกขนานนาม "สเตลท์โอไมครอน"
มติชน
8 ธันวาคม 2564 ( 18:30 )
46
พบ "โอไมครอน" กลายพันธุ์ใน 3 ประเทศ ตรวจพบยากขึ้น ถูกขนานนาม "สเตลท์โอไมครอน"

ข่าววันนี้ 8 ธันวาคมนี้ระบุว่า มีการพบเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน เกิดการกลายพันธุ์ซ้ำขึ้นในอย่างน้อย 3 ประเทศ ทั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่เฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เผยแพร่รายงานผลการวิเคราะห์เชื้อโอไมครอนล่าสุดไว้ใน GitHub ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด-19 ของบรรดานักวิจัยทั่วโลกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมนี้ว่า ตรวจพบการกลายพันธุ์ของเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน ที่แสดงถึงการกลายพันธุ์จำนวนมากแบบเดียวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อโอไมครอน แต่ไม่ได้ครบทั้ง 50 ตำแหน่งเหมือนกับ โอไมครอน ดั้งเดิม หรือ บี.1.1.529

 

โดยปกติ เชื้อโอไมครอนดั้งเดิม จะมีการกลายพันธุ์เป็นกลุ่มก้อนอย่างน้อย 30 จุดขึ้นไป แต่เชื้อกลายพันธุ์ย่อยกลับจะมีตำแหน่งกลายพันธุ์เพียงแค่ 14 จุดหรือราวครึ่งหนึ่งเท่านั้น

 

นักวิจัยที่ตรวจสอบพบ เรียกเชื้อกลายพันธุ์ใหม่นี้ด้วยรหัสพันธุกรรมว่า “บีเอ2” (BA.2) ถือเป็นสายพันธุ์ย่อยของเชื้อโอไมครอนดั้งเดิมซึ่งถูกกำหนดให้เป็น “บีเอ.1” (BA.1) ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์บางคน ขนานนามให้กับเชื้อกลายพันธุ์ย่อยใหม่นี้ว่า “สเตลท์โอไมครอน” เนื่องจากตรวจสอบไม่พบการติดเชื้อ แม้จะใช้วิธีการตรวจสอบแบบ พีซีอาร์ เทสต์ ก็ตาม

 

ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก ระบุว่า การตรวจด้วยพีซีอาร์ สามารถระบุผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อโอไมครอนได้ เนื่องจากผลการตรวจจะแสดงให้เห็นว่า มียีนของเชื้อโอไมครอนตัวหนึ่งหายไป เรียกกันในทางวิชาการว่า “เอส-ยีน ดร็อปเอาท์” (S-gene dropout) แต่ในกรณีของเชื้อกลายพันธุ์ย่อยที่พบใหม่นี้การตรวจด้วยพีซีอาร์ จะไม่ปรากฏผลลัพธ์ดังกล่าว ทำให้ยากต่อการตรวจหาเชื้อและการยืนยันว่าติดเชื้อโอไมครอนต้องใช้เวลานานมากกว่าเดิม

 

รายงานข่าวระบุว่า แม้จะพบใน 3 ประเทศคือ ออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้และ แคนาดา แต่จำนวนผู้ติดเชื้อนี้ทั้งหมดมีเพียง 7 รายเท่านั้นในขณะนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง