รีเซต

BIS เกมรุก Jump+ จับตาโค้งแรกฟื้น

BIS เกมรุก Jump+ จับตาโค้งแรกฟื้น
ทันหุ้น
27 กุมภาพันธ์ 2569 ( 01:50 )

#BIS #ทันหุ้น BIS ส่งสัญญาณโค้งแรกฟื้นตัวชัด หลังออเดอร์ “เตาเผาซากสัตว์” ทยอยไหลกลับ พร้อมเปิดเกมรุก “Jump+” (ปี 6971) ตั้งเป้ารายได้โต 1012% เล็งมาร์จิ้นแตะ 17% เพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงทำเงิน

นายรุ่งโรจน์  ถาวรธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสนับสนุน บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังคำสั่งซื้อเครื่องจักรเตาเผาซากสัตว์ทยอยกลับเข้ามา สะท้อนความต้องการในตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น

ขณะเดียวกัน แม้กระบวนการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือจากปีก่อนจะยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด แต่บริษัทมั่นใจว่าสามารถทยอยจำหน่ายและเคลียร์สินค้าได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันทางบัญชีและทำให้โครงสร้างกำไรกลับเข้าสู่ระดับปกติได้เร็วขึ้น

ลุย Jump+

สำหรับปี 2569 ถือเป็นปีแรกของแผนกลยุทธ์ 3 ปี “Jump+” (2569–2571) ที่มุ่งยกระดับโครงสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตแบบ Conservative ที่ระดับ 10–12% พร้อมผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (Groos Profit Margin) กลับไปแตะระดับ 17% จากปัจจุบันที่สามารถรักษาไว้เหนือ 15% ได้อย่างต่อเนื่อง โดยแรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะธุรกิจสัตว์เลี้ยง (Pet) ซึ่งเติบโตตามเทรนด์การเลี้ยงสัตว์แบบพรีเมียม ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ราว 25% และตั้งเป้าขยายเป็น 30% ภายใน 3 ปี ผ่านการพัฒนาสินค้า OEM และแบรนด์ของบริษัทเอง

ขณะที่ธุรกิจปศุสัตว์ (Livestock) ยังคงเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง โดยบริษัทขยายฐานลูกค้าไปยังโรงงานอาหารสัตว์และฟาร์มแบบครบวงจร (Integrated Business) มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ประจำและกระจายความเสี่ยง ส่วนตลาดต่างประเทศยังคงรักษาฐานในเวียดนามและเมียนมา พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ในภูมิภาค

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ประมาณ 2–3 ราย ทั้งในกลุ่มต้นน้ำและปลายน้ำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และต่อยอดการเติบโตแบบ Inorganic ควบคู่กับการเติบโตจากธุรกิจหลัก ด้านโครงสร้างทางการเงินยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือที่ผ่านมาเป็นเพียงการปรับฐานทางบัญชีตามหลักความระมัดระวัง ไม่ได้สะท้อนปัญหาด้านดีมานด์หรือความสามารถในการแข่งขัน

ผลงานปี 68

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,307.33 ล้านบาท ลดลง 2.83% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 42.76 ล้านบาท ลดลง 40.33% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มเป็น 15.18% จาก 14.88% สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ส่วนไตรมาส 4/2568 บริษัทมีรายได้รวม 611.66 ล้านบาท ลดลง 1.71% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 7.52 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19.62 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ -1.23% ปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือเคลื่อนไหวช้า (Slow-Moving) มูลค่า 37.75 ล้านบาท ในไตรมาส 4 และรวมทั้งปี 47.59 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีตามหลักความระมัดระวัง ขณะที่การดำเนินงานหลักยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับมากกว่า 15% ได้อย่างต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง