นักเศรษฐศาสตร์ มองศก.ไทยยังมีปัจจัยบวก แต่ต้องคุมการระบาดให้ดี-ฉีดวัคซีนให้เร็ว

นักเศรษฐศาสตร์ มองศก.ไทยยังมีปัจจัยบวก แต่ต้องคุมการระบาดให้ดี-ฉีดวัคซีนให้เร็ว
มติชน
23 กรกฎาคม 2564 ( 18:19 )
8
นักเศรษฐศาสตร์ มองศก.ไทยยังมีปัจจัยบวก แต่ต้องคุมการระบาดให้ดี-ฉีดวัคซีนให้เร็ว

ข่าววันนี้ 23 กรกฎาคม ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ยังคงคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2564 เติบโตที่ 1.8% และ ในปี 2565 เติบโตที่ 3.1% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังคงน่ากังวลจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวในปีหน้า

 

เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบาง คิดว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับต่ำ ไปอีกอย่างน้อย 3 ปีข้างหน้า ถึงแม้ว่าธนาคารกลางในต่างประทศบางแห่ง จะเริ่มส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้วก็ตาม โดยเมื่อไม่นานมานี้ธนาคารได้มีการพบนักลงทุนสถาบันต่างชาติ รวมทั้งได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ทิศทางเศรษฐกิจให้กับลูกค้า พบว่านักลงทุนและลูกค้ายังมีความกังวลกับความไม่แน่นอนในภาพรวมเศรษฐกิจไทย รวมทั้งถามถึงทิศทางของนโยบายการเงินและนโยบายการคลังของไทย

 

ดร.ทิม กล่าวว่า ยังเห็นปัจจัยลบต่อค่าเงินบาท การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทยยังมีความไม่แน่นอน ในขณะเดียวกันราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และดุลบัญชีเดินสะพัดที่ลดลงอย่างมาก มองว่าค่าเงินบาทน่าจะเผชิญสภาวะที่ท้าทายในช่วงต่อจากนี้ ความชัดเจนของนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และจะสะท้อนให้เห็นทิศทางต่อไปในปีหน้า

 

มีความจำเป็นต้องมีการจ่ายเงินเยียวยา 5 หมื่นล้านบาท ให้กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง กระทรวงการคลังสามารถออกนโยบายได้ตรงจุดกว่า ต่อเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง วัคซีนเข้ามาเร็วกว่านี้ และได้มีการคลายล็อกดาวน์ ประชาชนเดินทางออกมาจับจ่ายใช้สอย การกระตุ้นเศรษฐกิจจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามเห็นว่าการขยับเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีให้สูงกว่า 60% ควรจะทำหลังจากสถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งก็อยากเห็นนโยบายการฟื้นฟูและการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะสร้างประสิทธิภาพได้มากกว่า ตอนที่อยู่ในช่วงล็อกดาวน์

 

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายนลดลงต่ำสุดในรอบ 22 ปี และคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี หรืออาจจะต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า แม้ขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่จากบทวิจัยล่าสุดของพบว่า บริษัทต่างชาติรวมถึงบริษัทจากยุโรป มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจมายังภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย เวียดนาม และมาเลเซีย

 

“การท่องเที่ยวยังสามารถเดินหน้าได้ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้วประมาณ 1 หมื่นคน ถือว่าค่อยเป็นค่อยไป และยังสามารถคุมโรคในพื้นที่ได้ มองว่าช่วงปลายปีจะสามารถเปิดทั้งประเทศได้ แต่ต้องมีการควบคุมการแพร่ระบาดให้ดี” ดร.ทิม กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง