เตรียมรับอากาศร้อนป้องกันก่อนป่วย

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่าคลื่นความร้อนทำให้เกิดภาวะ Heat stroke คือช็อคจากความร้อนเป็นภาวะที่ทำให้ถึงแก่กรรมได้ และทำให้โรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเดินหายใจที่เป็นอยู่แล้วกำเริบได้ โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือ ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ไต ปอด เบาหวาน ความดันและคนทำงานกลางแจ้ง งานใช้แรงมาก (ก่อสร้าง เกษตร ขนส่ง ส่งของ ฯลฯ) รวมทั้งผู้ที่เข้าถึงแอร์/ที่เย็น/น้ำดื่มสะอาดได้จำกัด บทเรียนจากหลายประเทศยังชี้ว่า “ความร้อนในบ้าน (indoor heat)” เป็นปัจจัยการเจ็บมักเกิด “ภัยซ้อนภัย” ร้อนร่วมกับ PM2.5/ควันไฟป่า/ภัยแล้ง/ขาดน้ำ
การป้องกันสำหรับประชาชนที่ทำได้ทันทีคือ ดื่มน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ “ไม่หิวก็ควรดื่มบ่อยๆ” ยกเว้นผู้ที่มีโรคที่น้ำเกินหรือต้องจำกัดน้ำ พยายามทำให้เย็นก่อน เข้าห้องแอร์/ที่เย็น อาบน้ำ–เช็ดตัว พัดลมช่วยได้ พยายาม เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงร้อนจัด (โดยมากช่วงเที่ยง–บ่าย) ถ้าฝุ่น/ควันสูงร่วมกับร้อน ลดกิจกรรมนอกบ้าน ติดตามคุณภาพอากาศ (AQI)” ให้มากขึ้น สำหรับ “คนทำงาน” และ “นายจ้าง” ให้ใช้หลัก เติมน้ำ พักเวลาเหมาะ เข้าร่มเงา และมีผู้ช่วยดูแลกันโดยดื่มอย่างน้อย “1 แก้ว (ประมาณ 8 ออนซ์) ทุก 20 นาที”
ระหว่างทำงานในความร้อน และไม่ควรรอให้กระหาย ให้เพิ่มความถี่ ระยะเวลาพักเมื่อความร้อนสูง และพักในที่ร่มหรือที่เย็น เตรียมจุดพักร้อน จัดน้ำให้เข้าถึงง่ายใกล้หน้างาน ปรับเวลางาน โดยทำงานหนักช่วงเช้า เย็น ลดงานหนักช่วงเที่ยงบ่าย โดยเฉพาะงานกลางแจ้ง ใช้ระบบทำงานเป็นคู่ และให้หัวหน้างานตรวจอาการเป็นระยะ (โดยเฉพาะคนงานใหม่หรือกลับมาทำงานหลังหยุดเนื่องจากการปรับตัวรับอากาศร้อนในการทำงานยังไม่ดี) ถ้ามีความ ร้อน ร่วมกับ PM2.5 หรือควันไฟ สูพร้อมกัน ให้จำกัดงานกลางแจ้งช่วงมีความร้อนและมลพิษสูง
นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม สัญญาณอันตรายที่ “ต้องรีบช่วย” (อย่ารอให้หายเองได้แก่ อ่อนเพลีย สับสน พูดไม่ชัด หมดสติ ตัวร้อนมาก ผิวร้อนแห้งหรือเหงื่อออกมากผิดปกติ เป็นสัญญาณสำคัญของภาวะ Heat Stroke ให้ ย้ายเข้าที่ร่ม/ที่เย็นทันที คลายเสื้อผ้า เช็ดตัว ประคบเย็น แจ้งแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที เตรียมตัวล่วงหน้า เช็คพยากรณ์อากาศเป็นประจำ เตรียมน้ำดื่ม/เกลือแร่ (โดยเฉพาะงานใช้แรงหรือทำงานนาน) วางแผนหา “จุดเย็น” ใกล้บ้าน/ที่ทำงาน (ห้องแอร์/ศูนย์ชุมชน/ห้าง/วัด/โรงเรียนที่เปิดเป็นพื้นที่เย็น) ช่วยกัน “เช็คคนเสี่ยง” ในบ้าน/ชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุอยู่ลำพัง
หากเกิดข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-548-1000 ต่อ 5701 สถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
