ฤดูร้อนนี้อันตราย! วิกฤต UV ระดับ Extreme ผิวไหม้ในไม่กี่นาที

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เรื่องฤดูร้อน 2569รังสี UV พุ่งระดับอันตราย เสี่ยงมะเร็งผิวหนังสูงกว่าที่คิด
ฤดูร้อนปี 69 ไม่ได้มาพร้อมเพียงอากาศร้อนจัดและคลื่นความร้อนเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับอีกหนึ่งภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า นั่นคือ “รังสีอัลตราไวโอเลต (UV)” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์ในมุมที่ตั้งฉากมากกว่าหลายภูมิภาคของโลก ความรุนแรงในปีนี้จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผิวหนังและความเสี่ยงโรคร้ายในระยะยาว
ข้อมูลจาก World Meteorological Organization (WMO) ระบุว่า ช่วงฤดูร้อนปี 2026 ในภูมิภาคอาเซียน รังสี UV มีแนวโน้มอยู่ในระดับ “สูงจัด” (Very High) ไปจนถึง “อันตรายอย่างยิ่ง” (Extreme) เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ส่องลงมาเกือบตั้งฉากกับพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ส่งผลให้ค่าดัชนี UV พุ่งสูงเป็นพิเศษ
สำหรับประเทศไทย มีการคาดการณ์ว่าดัชนี UV จะสูงถึงระดับ 11–12+ ในช่วงเวลาเที่ยงวันของเดือนเมษายน ซึ่งจัดอยู่ในระดับ “Extreme” หรือระดับสีม่วงตามมาตรฐานของ World Health Organization (WHO) ขณะที่ช่วงเดือนมีนาคมและพฤษภาคม ระดับ “Very High” หรือระดับ 10 มักเกิดขึ้นระหว่างเวลา 11.00–16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รังสีมีความเข้มข้นสูงสุดของวัน
ผลกระทบต่อสุขภาพจากรังสี UV ที่รุนแรงเช่นนี้ไม่ควรถูกมองข้าม ประการแรกคือภาวะผิวแก่ก่อนวัย (Premature Aging) โดยรังสี UV-A สามารถแทรกซึมลึกลงสู่ชั้นผิว ทำให้เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และทำลายความยืดหยุ่นของผิวหนัง ประการที่สอง ผิวหนังที่ไม่ได้รับการป้องกันอาจเกิดอาการไหม้แดดได้ภายในเวลาเพียง 5–10 นาที เมื่ออยู่ภายใต้ดัชนี UV ระดับ 11+ นอกจากนี้ รังสี UV ในปริมาณสูงยังสามารถกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ มากขึ้น ที่สำคัญที่สุด การสัมผัสรังสีในระดับนี้อย่างต่อเนื่องสามารถทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนังโดยตรง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งผิวหนังทุกชนิด รวมถึงชนิดที่รุนแรงที่สุดอย่างเมลาโนมา (Melanoma)
เมื่อความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ผิวหนังที่ไม่ได้รับการป้องกันอาจไหม้ได้ภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที เมื่อดัชนี UV อยู่ที่ระดับ 11+ จึงควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30+ และ PA+++ ขึ้นไป สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด ใส่หมวกปีกกว้าง และแว่นตากันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99–100% ควบคู่กับการดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพราะในปี 2026 ยังมีคำเตือนเรื่องคลื่นความร้อน (Heatwave) ร่วมด้วย การขาดน้ำอาจนำไปสู่ภาวะฮีทสโตรกที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และควรหลีกเลี่ยงการออกแดดโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00–16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รังสีรุนแรงที่สุด
ฤดูร้อนปีนี้ ไม่ใช่เพียงฤดูแห่งความร้อน แต่เป็นฤดูแห่งความเสี่ยงด้านสุขภาพจากรังสี UV ที่ทวีความรุนแรง การตระหนักรู้และป้องกันอย่างถูกวิธีจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่สุด เพราะแม้รังสี UV จะมองไม่เห็น แต่ผลกระทบของมันสามารถสะสมและส่งผลร้ายต่อชีวิตได้ในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
