รีเซต

เอลนีโญรุนแรงปี 2569 โลกเสี่ยงอุณหภูมิพุ่ง เปิดคู่มือรับมือภัยแล้งทั้งประชาชนและอุตสาหกรรม

เอลนีโญรุนแรงปี 2569 โลกเสี่ยงอุณหภูมิพุ่ง เปิดคู่มือรับมือภัยแล้งทั้งประชาชนและอุตสาหกรรม
TNN ช่อง16
6 กรกฎาคม 2569 ( 16:19 )
10

โลกกำลังจับตาการกลับมาของปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) อีกครั้ง หลังองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) ปรับเพิ่มระดับความเชื่อมั่นว่า เอลนีโญที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร มีแนวโน้มพัฒนาเป็น เอลนีโญระดับรุนแรง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น และทำให้หลายประเทศเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน ไฟป่า และความแปรปรวนของปริมาณฝน

การประกาศของ WMO เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ถือเป็นการปรับเพิ่มระดับการคาดการณ์จากเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังแบบจำลองภูมิอากาศจากหลายศูนย์พยากรณ์ให้ผลสอดคล้องกันมากขึ้นว่า เอลนีโญกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และอาจทวีความรุนแรงในช่วงปลายปี ก่อนส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570

เอลนีโญคืออะไร ทำไมทั่วโลกต้องจับตา

เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจาก อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นกว่าค่าปกติ ส่งผลให้ระบบลม การหมุนเวียนของบรรยากาศ และรูปแบบฝนของโลกเปลี่ยนแปลง

โดยปกติ ลมค้าจะพัดน้ำอุ่นไปสะสมบริเวณฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มีฝนตกค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่เมื่อเอลนีโญเกิดขึ้น ลมค้าอ่อนกำลังลง น้ำอุ่นเคลื่อนกลับไปสะสมบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้หลายพื้นที่ของเอเชียมีฝนลดลง ขณะที่บางประเทศในทวีปอเมริกาอาจมีฝนตกมากผิดปกติ

WMO ระบุว่า เอลนีโญแต่ละครั้งมักกินเวลาประมาณ 9-12 เดือน แม้บางปีจะยาวนานกว่านั้น และทุกครั้งที่เกิดขึ้น มักส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น เนื่องจากมหาสมุทรปลดปล่อยความร้อนสู่บรรยากาศมากกว่าปกติ

WMO มั่นใจมากขึ้นว่าเอลนีโญครั้งนี้จะรุนแรง

นายอัลวาโร ซิลวา นักวิทยาศาสตร์ของ WMO เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาวะเอลนีโญได้เกิดขึ้นแล้วในบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิก และแบบจำลองพยากรณ์จากหลายสำนักให้ผลไปในทิศทางเดียวกันว่า มีแนวโน้มพัฒนาเป็นเอลนีโญระดับรุนแรง

เขาระบุว่า ระดับความรุนแรงของเอลนีโญมีความสำคัญอย่างมาก เพราะยิ่งรุนแรงเท่าใด โอกาสเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาคก็จะเพิ่มขึ้นตาม ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า และฝนที่ตกผิดฤดูกาล

ก่อนหน้านี้ WMO เคยประเมินเพียงว่า มีโอกาสเกิดเอลนีโญระดับปานกลางถึงรุนแรง แต่ข้อมูลล่าสุดทำให้องค์กรมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มการคาดการณ์อีก หากข้อมูลในช่วงปลายฤดูร้อนบ่งชี้ว่าเอลนีโญกำลังพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก


โลกเสี่ยงทำสถิติอุณหภูมิสูงอีกครั้ง

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ปีที่เกิดเอลนีโญมักเป็นปีที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกทำสถิติสูงสุด เนื่องจากความร้อนที่สะสมในมหาสมุทรถูกปลดปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน แต่เมื่อเกิดเอลนีโญร่วมด้วย ก็จะยิ่งผลักดันให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก

ตัวอย่างล่าสุดคือ ยุโรปที่เพิ่งเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงระหว่างวันที่ 20-28 มิถุนายน 2569 ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่ง และระบบสาธารณสุข ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประเทศใดเสี่ยงได้รับผลกระทบ

การพยากรณ์ตามฤดูกาลของ WMO ระบุว่า หลายพื้นที่ของโลกมีแนวโน้มมีฝนน้อยกว่าปกติ ได้แก่ อเมริกากลาง แคริบเบียน บางส่วนของอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้

ส่วนในเอเชียใต้ อินโดนีเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย มีโอกาสเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วงในฤดูมรสุม ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำต้นทุน การเกษตร และความมั่นคงด้านอาหารในหลายประเทศ

ไทยต้องเตรียมรับมืออะไรบ้าง

แม้เอลนีโญจะไม่ทำให้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยแห้งแล้งพร้อมกัน แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แหล่งน้ำต้นทุนลดลง ความเสี่ยงภัยแล้งเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการใช้น้ำและไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อน

ข้อมูลประกอบจากหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำของไทยระบุว่า พื้นที่เกษตรกว่า 12 ล้านไร่ใน 71 จังหวัด อยู่ในกลุ่มพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ขณะที่บางพื้นที่อาจเผชิญค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงถึง 50-54 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 


 

 

คู่มือรับมือเอลนีโญสำหรับประชาชน

แม้จะไม่สามารถป้องกันการเกิดเอลนีโญได้ แต่ประชาชนสามารถลดผลกระทบได้ด้วยการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

สิ่งแรกคือการดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งระหว่างเวลา 11.00-16.00 น. ดื่มน้ำให้เพียงพอ สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และสังเกตอาการโรคลมแดด เช่น ตัวร้อนจัด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหมดสติ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

อีกประเด็นสำคัญคือการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า เช่น ตรวจสอบท่อน้ำรั่ว ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ นำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำในกิจกรรมที่เหมาะสม และหากมีพื้นที่สามารถติดตั้งถังเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในช่วงที่ฝนตกได้

ครัวเรือนควรเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น น้ำดื่มสำรอง ยาประจำตัว เกลือแร่ หน้ากาก N95 สำหรับช่วงที่มีฝุ่นควัน และอุปกรณ์สำรองไฟ เช่น Power Bank หรือไฟฉาย เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

เกษตรกรควรปรับแผนเพาะปลูก

ภาคเกษตรเป็นภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเอลนีโญมากที่สุด เนื่องจากต้องพึ่งพาปริมาณฝนและน้ำชลประทาน

หน่วยงานด้านการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงพิจารณางดทำนาปรัง หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น ถั่ว ข้าวโพด หรือพืชอายุสั้น พร้อมทั้งขุดบ่อกักเก็บน้ำ ใช้วัสดุคลุมดินเพื่อลดการระเหย และใช้ระบบน้ำหยดหรือระบบชลประทานอัจฉริยะ (Smart Irrigation) หากมีความพร้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ 

ภาคอุตสาหกรรมต้องวางแผนล่วงหน้า

ผลกระทบของเอลนีโญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคเกษตร แต่ยังส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้น้ำเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอ และเคมีภัณฑ์

ผู้ประกอบการควรจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ ตรวจสอบการใช้น้ำในทุกกระบวนการผลิต เพิ่มการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และเตรียมแผนสำรองกรณีเกิดข้อจำกัดด้านน้ำ

ภาคอุตสาหกรรมอาหารควรกระจายแหล่งวัตถุดิบ ลดการพึ่งพาแหล่งผลิตเพียงแห่งเดียว พร้อมสนับสนุนเกษตรกรคู่ค้าให้ปรับเปลี่ยนชนิดพืชหรือช่วงเวลาเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ

ขณะเดียวกัน อากาศที่ร้อนขึ้นจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการจึงควรเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และพิจารณาใช้พลังงานหมุนเวียนหรือระบบกักเก็บพลังงานเพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต 

ภาครัฐเดินหน้าเตรียมมาตรการรองรับ

หน่วยงานของไทยได้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากเอลนีโญ ทั้งการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน การเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย รวมถึงการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมติดตามสถานการณ์น้ำ และการพัฒนาฐานข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อใช้วางแผนรับมือในระยะยาว 

เตรียมพร้อมวันนี้ ลดความเสียหายในอนาคต

แม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ประสบการณ์จากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า การเตรียมพร้อมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถลดผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการบริหารจัดการน้ำ การปรับแผนการผลิต การดูแลสุขภาพ และการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

WMO คาดว่า ผลกระทบจากเอลนีโญครั้งนี้อาจดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 ทำให้การติดตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่มีแนวโน้มแปรปรวนและรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง