รีเซต

HMPRO บล.ดาโอ แนะนำ “ถือ” เป้า 7.00 บาท กำไรไตรมาส 1/2569 ใกล้เคียงคาด

HMPRO บล.ดาโอ แนะนำ “ถือ” เป้า 7.00 บาท กำไรไตรมาส 1/2569 ใกล้เคียงคาด
ทันหุ้น
28 เมษายน 2569 ( 11:17 )
2

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #HMPRO บล.ดาโอ แนะนำ “ถือ” เป้า 7.00 บาท กำไรไตรมาส 1/2569 ใกล้เคียงคาด 

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) HMPRO กำไรไตรมาส 1/2569 ใกล้เคียงคาด ยอดขายสาขาเดิมหดตัวจากมาตรการ Easy E-Receipt

ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลง 18% YoY และ 12% QoQ ใกล้เคียงกับประมาณการของตลาดและฝ่ายวิจัย โดยกำไรที่ลดลง YoY เป็นผลจากการสิ้นสุดมาตรการ Easy E-Receipt ขณะที่การลดลง QoQ มาจากปัจจัยฤดูกาลและฐานที่สูงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 25.4% จากสัดส่วนยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลง และสัดส่วนยอดขายสินค้า Private Label ที่ทรงตัว ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ยังติดลบบางส่วน (HomePro = -12%, MegaHome = -4%)

ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569–2570 ที่ 6.2 และ 6.4 พันล้านบาท เติบโต 3% ต่อปี โดยประเมินว่ากำไรจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะช่วยหนุนกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงการขยายสาขาและการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น และชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการสิ้นสุดมาตรการ Easy E-Receipt รวมถึงแรงกดดันจากรายได้ Rebate ที่ลดลงและ SSSG ที่ยังติดลบ

บริษัทคงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 7.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 15 เท่า ซึ่งอยู่ที่ระดับ -1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยมองว่ากำไรยังฟื้นตัวช้าจากภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการลดภาษี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป 

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับตัวต่ำกว่าตลาด (underperform) ประมาณ 20% จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านบาท สอดคล้องกับคาดการณ์ โดยมีรายได้อยู่ที่ 16,000 ล้านบาท ลดลง 9% YoY จากฐานสูงในปีก่อนจากมาตรการ Easy E-Receipt และลดลง 2% QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและฐานสูงจากความต้องการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วมในไตรมาส 4/2568

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4.1 พันล้านบาท โดย GPM เพิ่มขึ้นเป็น 25.4% จาก 25.0% ในไตรมาส 1/2568 แม้ลดลงจาก 26.9% ในไตรมาส 4/2568 โดยการปรับตัวดีขึ้น YoY มาจากสัดส่วนยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลงหลังสิ้นสุดมาตรการ Easy E-Receipt และสัดส่วนสินค้า Private Label ที่ยังทรงตัวได้

สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) เพิ่มขึ้นเป็น 20.3% จาก 18.2% ในไตรมาส 1/2568 และ 22.2% ในไตรมาส 4/2568 จากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากคลังสินค้าใหม่ และผลของยอดขายที่ลดลง

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 คาดว่ากำไรจะฟื้นตัว YoY จากสัญญาณเชิงบวกในเดือนเมษายน โดย SSSG ของ HomePro กลับมาเป็นบวกประมาณ 2% และ MegaHome ฟื้นตัวได้ดีราว 7%

ทั้งนี้ ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การฟื้นตัวของกำไรที่ล่าช้าจากภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ปัจจัยกระตุ้นสำคัญ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการลดภาษีภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจช่วยหนุนการฟื้นตัวของราคาหุ้นในระยะถัดไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง