พ.ร.บ.คอมฯ-หมิ่นประมาท เปิดสถิติ “คดีปิดปาก” ในไทย ทำไมรั้งอันดับ 1 อาเซียน

พ.ร.บ คอมฯ-หมิ่นประมาท หนึ่งในการใช้กฎหมายเชิงเทคนิค ลดกระแส - ภาพลบ ช่วยปิดปากประชาชน ให้เลิกตั้งคำถาม เลิกสงสัย หรือแม้กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์
“SLAPP” เครื่องมือปิดปากผู้เห็นต่างด้วยกฎหมาย
คดีการฟ้องร้องลักษณะนี้ จะถูกเรียกว่า “SLAPP” ย่อมาจาก Strategic Lawsuit Against Public Participation แปลเป็นไทยตรง ๆ ก็คือ การฟ้องคดีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะ
การฟ้องคดี SLAPP มักก่อให้เกิด “ภาวะชะงักงัน” ต่อการ ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร เสรีภาพในการสมาคม เสรีภาพในการมีส่วนร่วม ทางการเมือง รวมถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอื่นๆ ทั้งใน รูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ที่ประเทศไทยผูกพันภายใต้ กฎหมายสิทริมนุษยชนระหว่างประ
ผู้ฟ้องมักไม่ได้มุ่งหมายที่จะชนะคดี แต่ใช้เพื่อให้หยุดการวิจารณ์เรื่องสาธารณะ หรือ ขัดขวางกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่อตนในช่วงเวลานั้น แม้ว่า ท้ายสุด ศาลจะตัดสินยกฟ้องก็ตาม
ไทยมีคดี SLAPP สูงสุดอันดับ 1 ของอาเซียน
องค์กร Protection International (PI) รายงานว่า ตั้งแต่ พฤษภาคม 2557 ถึง กุมภาพันธ์ 2568 ไทยมีจำนวนคดี SLAPP ทั้งหมด 595 คดี จาก 13 ฐานความผิด ถือเป็นสถิติการฟ้องร้องปิดปากสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน
กฎหมายที่มักถูกใช้ในการฟ้องคดี SLAPP ได้แก่
ข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา
ความผิดฐานหมิ่นประมาททางแพ่ง
การละเมิดทางแพ่ง
พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ข้อหาเกี่ยวกับการกระทำที่เข้าข่ายการยุยงปลุกปั่น
พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
โดยทั่วไป ลักษณะของคดีจะเป็นไปในลักษณะของ “ผู้ฟ้อง” เป็นบุคคลหรือองค์กรที่มีอำนาจหรือทรัพยากร จำเลยมักจะเป็นประชาชน นักเคลื่อนไหว สื่อมวลชน หรือผู้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ในการกระทำเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ เช่น การเปิดโปงคอร์รัปชัน การประท้วง การเขียนบทความ หรือการโพสต์ในโซเชียลมีเดีย
ไม่ได้หวังผลชนะ เพียงต้องการให้หยุดวิจารณ์
การถูกฟ้องร้องคดี SLAPP ส่งผลให้จำเลยต้องถอยกลับเข้าสู่เงามืด เพราะการต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลและอำนาจนั้นใช้เวลามากเกินไป บางคนต้องขายทรัพย์สินทุกอย่างที่หามา เพื่อต่อสู้คดี จนทำให้บั่นทอนจิตใจมากเกินไป
ยกตัวอย่างเช่น กรณีข้อพิพาทระหว่างบริษัทรับสัมปทานเหมืองรายหนึ่ง กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีการฟ้องหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายชาวบ้านสูงถึง 50 ล้านบาท
หรือจะเป็นเคสต่างประเทศกรณีบริษัทปาล์มน้ำมันอินโดนีเซียฟ้องนักข่าว ที่รายงานว่า บริษัทใช้แรงงานผิดกฎหมายและมีผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น โดยโดนบริษัทฟ้องหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหายจำนวนมาก
ข้อมูลจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ปัจจุบันการฟ้องปิดปากมีเพิ่มมากขึ้น โดยเป็นรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ดำเนินคดี
ดันร่างกฎหมาย Anti-SLAPP Law ป้องกันฟ้องกลั่นแกล้ง
ปัจจุบัน เพื่อหยุดการใช้กฎหมายปิดปากผู้เห็นต่าง หลายฝ่ายจึงมีความพยายามเร่งผลักดัน ร่างกฎหมายป้องกันฟ้องปิดปากฯ หรือ Anti-SLAPP Law เพื่อให้การพูดความจริง เพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การแฉกลโกงทุจริต, การตั้งคำถามถึงความโปร่งใส่ของภาครัฐ ไม่มีความผิดทั้งทางอาญา และแพ่ง
ขณะเดียวกัน หากศาลพบว่า เป็นการใช้กฎหมาย เพื่อฟ้องกลั่นแกล้ง ก็จะสั่งยุติคดีทันที และผู้ฟ้องจะต้องจ่ายค่าเสียหายคืนให้ผู้ถูกฟ้องอีกด้วย เป็นเหมือนบทลงโทษ ของการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งผู้อื่น และป้องกันการฟ้องซ้ำ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
https://www.icj.org/wp-content/uploads/2022/09/poster-SLAPP-TH.pdf
https://www.seub.or.th/bloging/news/2025-126/
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
