"FETCO" เผย ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน เข้าโซน "ร้อนแรงอย่างมาก" ปัจจัยหนุน เงินไหลเข้า-เลือกตั้ง-นโยบายเฟด

เงินไหลเข้า-เลือกตั้ง-นโยบายเฟด หนุนดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน เข้าโซน "ร้อนแรงอย่างมาก"
"FETCO" เผยนักลงทุนไทยยังเชื่อมั่นตลาดทุนต่อเนื่อง ดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 165.37 ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” โดยมีแรงหนุนจากการไหลเข้าของเงินทุนและสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่ปัจจัยกดดันคือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ-ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจในเดือนมกราคม 2569 โดยสำรวจระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2569 พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.37
นักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือสถานการณ์การเมืองในประเทศ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน
โดยความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
ทั้งนี้ มีหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP)
ด้านปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุน ส่วนปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
โดยผลสำรวจ ณ เดือนมกราคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม 26.3% อยู่ที่ระดับ 129.66 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 7.1% อยู่ที่ระดับ 150.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 8.3% อยู่ที่ระดับ 122.2 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทรงตัว อยู่ที่ระดับ 200.00
ทั้งนี้นายกอบศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2569 SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 1,230-1,285 จุด ก่อนจะปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,300 จุดในช่วงครึ่งหลังของเดือน โดยได้แรงหนุนสำคัญจากกระแส “Sell America” ที่นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ จากความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย
โดยในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท SET Index ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ปิดที่ 1,325.62 ปรับขึ้น 5.24% จากเดือนก่อนหน้า และปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท
สำหรับ "ปัจจัยต่างประเทศ" ที่น่าติดตาม ได้แก่ ประเด็นเรื่องสงครามการค้าและกำแพงภาษีสหรัฐที่จะกระทบต่อ บจ.ไทยโดยเฉพาะในกลุ่มส่งออกและนำเข้า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายออก-เข้าในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลางและความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านซึ่งหนุนราคาพลังงานและเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก
ขณะที่ "ปัจจัยในประเทศ" ยังต้องติดตามประเด็นการเมืองซึ่งเป็นตัวแปรหลัก ทั้งผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชามติรัฐธรรมนูญ ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะโตต่ำเพียง 1.5-1.8% ในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
