สรุปประเด็นหารือ “หวัง อี้” วางหมุดหมายใหม่ "แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี" ไทย - จีน

เวลา 20.00 น. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่
หารือ 2 รอบ ย้ำความสัมพันธ์ “พี่น้อง” ไทย - จีน
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ในช่วงเช้าได้มีการหารือกันไปแล้วรอบหนึ่ง และได้มีการหารือเพิ่มเติมอีกครั้ง ขณะเดียวกัน นายหวัง อี้ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และมีการหารือร่วมกัน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ไทย - จีน ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาได้ครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต แม้ในความเป็นจริงความสัมพันธ์จะมีรากฐานยาวนาน โดยฝ่ายจีนย้ำเสมอว่าความสัมพันธ์ไทย - จีนเปรียบเสมือนพี่น้องและญาติมิตรที่ใกล้ชิด และเป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ที่จีนต้องการมีกับประเทศในอาเซียน
เตรียมจัดทำแผน 5 ปี ครอบคลุมทุกมิติความร่วมมือ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ จึงเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการความร่วมมือระหว่างไทย - จีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า เพื่อเป็นแนวทางความสัมพันธ์ในทุกมิติ ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และระหว่างประเทศ
ดันเศรษฐกิจสมัยใหม่ เน้นเทคโนโลยี - ดิจิทัล - สีเขียว
สำหรับมิติใหม่ของความร่วมมือ จะมุ่งสู่การเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี ดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในด้านพลังงานแสงอาทิตย์และยานยนต์ไฟฟ้า โดยจีนได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมาก และมีความประสงค์จะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น
ชี้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา สำคัญต่อเสถียรภาพภูมิภาค
ในประเด็นภูมิภาค นายสีหศักดิ์ ระบุว่า จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ในระดับโลกที่ปัจจุบันระเบียบโลกตามกติกาสากลกำลังถูกบั่นทอน ดังจะเห็นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยทั้งสองฝ่ายเห็นว่าประเทศต่าง ๆ ควรร่วมกันรักษาระเบียบโลกบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่การใช้อำนาจ
ห่วงตะวันออกกลาง กระทบพลังงาน-ปุ๋ย ขอจีนช่วยประสาน
สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ไทยได้หารือถึงผลกระทบ โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งขณะนี้มีปัญหาเรื่องการขนส่งเรือบรรทุกก๊าซ น้ำมัน และปุ๋ย เช่นเดียวกับจีน แม้จีนจะมีจำนวนเรือมากกว่า แต่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน และต้องการเห็นสันติภาพเกิดขึ้นโดยเร็ว
นายกรัฐมนตรีจึงได้ขอให้ฝ่ายจีนช่วยประสานในประเด็นพลังงาน เพื่อให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถดำเนินได้ เนื่องจากน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ยเป็นปัจจัยสำคัญต่อประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการผลิตและการส่งออกอาหาร
จีนหนุนไทย-กัมพูชา ฟื้นสัมพันธ์ผ่านการเจรจา
นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนเดินทางมายังประเทศไทย นายหวัง อี้ ได้เดินทางไปยังกัมพูชา และต้องการเห็นความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาฟื้นฟูในฐานะเพื่อนบ้าน โดยเห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีและสันติภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงของภูมิภาค
พร้อมย้ำว่า ไทยมีนโยบายอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ และไม่ได้ปฏิเสธการเจรจากับกัมพูชา แต่ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจก่อน เพื่อให้การเจรจาในประเด็นต่าง ๆ เช่น JBC สามารถคืบหน้าได้ โดยควรเน้นการพูดคุยเรื่องความร่วมมือชายแดนและความมั่นคงควบคู่กัน
จีนย้ำไม่แทรกแซง หนุนแก้ปัญหาทวิภาคี
ในประเด็นบทบาทของจีน นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ฝ่ายจีนไม่เห็นด้วยกับการนำปัญหาทวิภาคีเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ และเห็นว่าควรแก้ไขผ่านการเจรจาระหว่างสองประเทศ หากมีความจริงใจและไม่มีแรงกดดัน การเจรจาก็จะค่อย ๆ คืบหน้า
ขณะเดียวกัน จีนย้ำจุดยืนไม่แทรกแซง แต่พร้อมอำนวยความสะดวกหากได้รับการร้องขอ เช่นเดียวกับที่ผ่านมา
ไทยย้ำบทบาทเชื่อมเมียนมา-อาเซียน
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางเยือนเมียนมา และได้หารือเรื่องดังกล่าวกับนายหวัง อี้ โดยไทยมีนโยบายต้องการนำเมียนมากลับเข้าสู่อาเซียน แต่เมียนมาต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนด้วย
ทั้งนี้ ไทยยืนยันว่าเมียนมามีความสำคัญต่ออาเซียน และพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมียนมากับอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาค
โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย สร้างความเชื่อมั่นตลาดจีน
เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีน นายสีหศักดิ์ ระบุว่า การเลือกจังหวัดกระบี่เป็นสถานที่หารือก็เพื่อแสดงศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ซึ่งนายหวัง อี้ แสดงความประทับใจ เนื่องจากไม่เคยมา และเชื่อว่าจะช่วยสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยต่อไป
ร่วมมือปราบสแกมเมอร์ - อาชญากรรมข้ามชาติ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการหารือในเวทีระหว่างประเทศตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างความร่วมมือระดับโลก
ไทยและจีนเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันยังไม่มีกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการในระดับ 3 หรือ 4 ประเทศระหว่าง ไทย กัมพูชา เมียนมา และจีน แต่มีการประสานงานในระดับทวิภาคีอยู่แล้ว
เร่งแก้ปัญหาชายแดน ควบคู่ปราบอาชญากรรม
ในช่วงท้าย นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา ครอบคลุมทั้งประเด็นภายในประเทศและปัญหาชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยไทยเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรม เช่น สแกมเมอร์ ยาเสพติด รวมถึงปัญหามลพิษ และการฟื้นฟูการค้าชายแดน
ขณะที่จีนมีการหารือกับเมียนมาและกัมพูชา ส่วนไทยก็มีการหารือกับเมียนมา และมีความประสงค์จะขยายความร่วมมือกับกัมพูชาในประเด็นดังกล่าวต่อไป.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
