AEONTS กำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% YoY แม้รายได้หดจากพอร์ตสินเชื่อหดตัว

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #AEONTS กำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% YoY แม้รายได้หดจากพอร์ตสินเชื่อหดตัว
บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% YoY แต่ลดลง 13.1% QoQ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 5,172 ล้านบาท ลดลง 4.1% YoY และ 7.0% QoQ จากการหดตัวของพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิ
รายได้จากบัตรเครดิตอยู่ที่ 1,574 ล้านบาท ลดลง 7.7% YoY และ 4.2% QoQ ขณะที่รายได้จากสินเชื่อเงินกู้อยู่ที่ 2,218 ล้านบาท ลดลง 7.0% YoY และ 2.5% QoQ สะท้อนกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งบริหารคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ส่วนรายได้จากธุรกิจเช่าซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 386 ล้านบาท หรือ 4.1% YoY จากการหันมาเน้นสินเชื่อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 6.6% YoY เป็น 993 ล้านบาท คิดเป็น 19.2% ของรายได้รวม โดยมีแรงหนุนจากรายได้หนี้สูญรับคืน 619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย 166 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการติดตามหนี้และการกระจายแหล่งรายได้ของบริษัท
ด้านค่าใช้จ่ายรวมลดลง 4.5% YoY เหลือ 4,183 ล้านบาท จากการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบริหารอยู่ที่ 2,066 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 7.3% YoY เหลือ 1,637 ล้านบาท หลังมีการกลับรายการสำรองบางส่วน และต้นทุนทางการเงินลดลง 13.2% YoY เหลือ 466 ล้านบาท จากการบริหารโครงสร้างเงินทุนและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
แม้กำไรสุทธิจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่บริษัทระบุว่าหากไม่รวมกำไรจากการขายลูกหนี้ที่ตัดจำหน่ายแล้วในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 4.7% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับขึ้นเป็น 15.3% จาก 14.2% ในปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ บริษัทมีสินเชื่อรวม 85,375 ล้านบาท ขณะที่อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 5.6% เพิ่มจาก 5.1% ในปีก่อน ส่วนอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 9.4% จาก 8.2% สะท้อนการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง ด้านฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 2.0 เท่า จาก 2.3 เท่า ขณะที่มูลค่าหุ้นทางบัญชี (BVPS) เพิ่มขึ้น 6.5% เป็น 113.77 บาท ต่อหุ้น และ ROE อยู่ที่ 11.4%
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 บริษัทมองว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยพลัส” การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 รวมถึงแนวโน้มราคาพลังงานที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนการบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ความต้องการสินเชื่อ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าให้ปรับตัวดีขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
