รีเซต

นักวิชาการห่วง สปส. ปรับ SAA แต่ไม่แก้กลไก เสี่ยงกระทบเงินบำนาญ

นักวิชาการห่วง สปส. ปรับ SAA แต่ไม่แก้กลไก เสี่ยงกระทบเงินบำนาญ
TNN ช่อง16
30 มกราคม 2569 ( 17:29 )
1

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความกังวลต่อแนวทางการปรับกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนประกันสังคม แม้มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงมากขึ้น แต่หากไม่ปรับโครงสร้างและกลไกการตัดสินใจลงทุนควบคู่กัน อาจไม่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญ และยังเสี่ยงเพิ่มความผันผวนในระยะยาว ซึ่งอาจกระทบต่อเงินบำนาญและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน

รศ. ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติเห็นชอบในหลักการปรับกรอบนโยบายการลงทุนเชิงกลยุทธ์ หรือ SAA โดยขยายสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำเป็น 50:50 จากเดิม 40:60 เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การปรับเพียงตัวเลขสัดส่วนการลงทุน โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร การกำกับดูแล และกระบวนการตัดสินใจลงทุน อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่แตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากผลตอบแทนของกองทุนขนาดใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรสัดส่วนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก

รศ. ดร.ทีปกร ระบุว่า รากของปัญหาการลงทุนของกองทุนประกันสังคมอยู่ที่ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและธรรมาภิบาล แม้กองทุนจะมีมูลค่าสูงมาก แต่ระบบตัดสินใจยังคงอยู่ในกรอบราชการแบบดั้งเดิม และถูกครอบงำโดยเครือข่ายอำนาจเดิมทางการเมือง จึงเกิดคำถามถึงความเหมาะสมของระเบียบที่ใช้กับการบริหารเงินระยะยาวในบริบทปัจจุบัน


นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอว่า สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการคือการยกระดับธรรมาภิบาลกองทุน โดยเฉพาะในขั้นตอนการคัดเลือกสินทรัพย์ลงทุน ซึ่งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอาศัยความเป็นมืออาชีพ พร้อมเสนอแนวทางหลัก 3 ประการ ได้แก่ การแยกบทบาทผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารการลงทุน และผู้กำกับตรวจสอบอย่างชัดเจน การเพิ่มความเป็นอิสระและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการด้านการลงทุน และการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนให้สามารถตรวจสอบจากภายนอกได้มากขึ้น

หากการลงทุนยังขาดประสิทธิภาพต่อเนื่อง แม้ในระยะสั้นอาจยังไม่เห็นผลชัด แต่ในระยะยาวจะกระทบต่อเงินบำนาญชราภาพและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน โดยเฉพาะในบริบทสังคมผู้สูงวัยที่จำนวนผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ส่งเงินสมทบลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันในการลดสิทธิประโยชน์ เพิ่มอัตราเงินสมทบ หรือพึ่งพางบประมาณรัฐมากขึ้น

นอกจากนี้ กรณีการลงทุนในอาคาร SKYY9 ถูกยกเป็นตัวอย่างความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลของการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรฐานกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยสำนักงานประกันสังคมควรกำหนดหลักเกณฑ์การลงทุนให้ชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ ใช้ผู้เชี่ยวชาญอิสระประเมินมูลค่าและความเสี่ยง รวมถึงมีกลไกตรวจสอบย้อนหลังที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง