SpaceX ทดสอบจรวด Super Heavy V3 เตรียมใช้ส่งยาน Starship V3 เดือนหน้า

บริษัทอวกาศยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX ยังคงพัฒนาจรวดและยานอวกาศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเวลาที่บีบเข้ามาเรื่อยๆ จากสัญญาที่จะนำมนุษย์อวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ที่ทำเอาไว้กับนาซา โดยล่าสุดบริษัทได้ประกาศก้าวสำคัญหลังจากบริษัทประสบความสำเร็จในการทดสอบจุดระเบิดเครื่องยนต์แบบยึดติดกับฐาน (Static-fire test) เต็มระยะเวลาเป็นครั้งแรกสำหรับยานท่อนบน Starship รุ่น Version 3 หรือ V3
นอกจากนี้ยังมีรายงานความสำเร็จในการทดสอบจุดระเบิดบูสเตอร์ท่อนล่าง Super Heavy V3 แบบครบถ้วนทั้ง 33 เครื่องยนต์เป็นครั้งแรกอีกด้วย
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นการแก้ตัวและยกระดับความพร้อมได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากเมื่อ 4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ การทดสอบบูสเตอร์ท่อนแรก (First stage) เคยดำเนินการโดยใช้เครื่องยนต์เพียง 10 เครื่องจากทั้งหมด 33 เครื่อง และจำต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากพบปัญหาจากอุปกรณ์ภาคพื้นดิน
การผ่านบททดสอบของระบบเครื่องยนต์เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ทำให้บริษัทมีความพร้อมสำหรับการทดสอบบินครั้งที่ 12 ของโครงการ Starship ซึ่งกำหนดไว้ในช่วงต้นหรือกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยจะเป็นเที่ยวบินแรกที่ใช้จรวดรุ่น V3 อย่างเป็นทางการ
ก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีของยาน Starship V3
การเปลี่ยนผ่านจากรุ่น Starship V2 มาสู่ V3 ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับศักยภาพของระบบขนส่งอวกาศอย่างก้าวกระโดด อย่างแรก คือ ขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยเมื่อประกอบยาน Starship V3 เข้ากับจรวด Super Heavy V3 โครงสร้างทั้งหมดจะมีความสูงตระหง่านถึง 408.1 ฟุต หรือ 124.4 เมตร ซึ่งสูงกว่ารุ่น V2 เดิมประมาณ 4 ฟุต หรือ 1.2 เมตร
นอกจากนี้ยังมีสมรรถนะการบรรทุกมหาศาลด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ Raptor V3 รุ่นใหม่ ทำให้ Starship V3 สามารถบรรทุกสัมภาระขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลก (LEO) ได้มากกว่า 100 ตัน ซึ่งทรงพลังกว่ารุ่น V2 ที่รับน้ำหนักได้ราว 35 ตันถึงเกือบสามเท่าตัว
ความสำคัญของ Starship V3 ต่อภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ (Artemis Program)
นาซาได้ให้ความไว้วางใจบริษัท SpaceX และได้ตัดสินใจเลือกยาน Starship ให้เป็นยานพาหนะหลักลำแรกที่จะทำหน้าที่พานักบินอวกาศลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ ดังนั้นพัฒนาการทุกฝีก้าวของ Starship จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อตารางเวลาของนาซา
ในขณะนี้ภารกิจ Artemis 2 ได้เสร็จสิ้นการพานักบินอวกาศ 4 คน บินโคจรรอบดวงจันทร์และกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยแล้ว
เป้าหมายถัดไป คือ ภารกิจ Artemis 3 ซึ่งตั้งเป้าหมายจะปล่อยยานในช่วงกลางปี 2027 ภารกิจนี้จะเป็นการทดสอบระบบเชื่อมต่อยาน (Docking operations) ในวงโคจรโลก ระหว่างยานแคปซูล Orion ของนาซา กับยานลงจอด ซึ่งอาจจะเป็น Starship หรือยาน Blue Moon ของ Blue Origin ซึ่งนาซายังไม่เคาะเลือกที่แน่นอน ความสำเร็จของยาน Starship V3 จะช่วยสร้างความมั่นใจว่า SpaceX จะพร้อมสำหรับการทดสอบเชื่อมต่อยานในภารกิจ Artemis 3
และหากภารกิจ Artemis 3 เป็นไปตามแผน ภารกิจ Artemis 4 ที่วางกำหนดการไว้ในปลายปี 2028 จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพานักบินอวกาศลงจอดจริงบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ขีดความสามารถในการบรรทุกได้กว่า 100 ตัน ของ Starship V3 ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด เพราะการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์พร้อมเสบียง อุปกรณ์ยังชีพ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางกลับ จำเป็นต้องใช้จรวดที่มีสมรรถนะมหาศาลเหนือกว่าจรวดทุกรุ่นที่เคยมีมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
