DDDเดินหน้าซื้อกิจการ ชูฉีดวัคซีนกระตุ้นQ3ฟื้น

DDDเดินหน้าซื้อกิจการ ชูฉีดวัคซีนกระตุ้นQ3ฟื้น
ทันหุ้น
8 มิถุนายน 2564 ( 08:46 )
51
DDDเดินหน้าซื้อกิจการ ชูฉีดวัคซีนกระตุ้นQ3ฟื้น

 

ทันหุ้น -DDD หวังการฉีดวัคซีนหนุนความมั่นใจผู้บริโภค คาดไตรมาส 3/2564 เริ่มมีสัญญาณบวก จ่อดิล M&A อย่างน้อย 1 ดิล ในปีนี้ ควบคู่กับการศึกษาตลาดเพิ่ม ยังคงเป้าหมายรายได้เติบโตที่ 25-30% คาดประเมินอีกครั้งในช่วงจบครึ่งปีแรก พร้อมส่งผลิตภัณฑ์กัญชง- กัญชา ออกสู่ตลาดภายในปีนี้

 

นายปิยวัฒน์ ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) DDD เปิดเผยแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทยว่ายังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจยังมีการชะลอตัว รวมถึงแผนธุรกิจของบริษัททำให้การออกผลิตภัณฑ์ใหม่อาจจะต้องเลื่อนออกไป จากเดิมคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 2/2564 เนื่องจากภาพรวมการจับจ่ายใช้สอยยังไม่ค่อยดีนัก นอกจากนี้ยังต้องเลื่อนกำหนดการทำโฆษณาออกไปก่อน เนื่องจากต้องเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย เเละบริษัทจะมุ่งเน้นการทำตลาดออนไลน์ เพราะที่ผ่านมายอดขายช่องทาง อี-คอมเมิร์ซ เติบโตขึ้นมากจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่เกิดขึ้น

 

ขณะที่บริษัท คิวรอน จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และการดูแลรักษาสุขภาพและความงาม รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องใช้เสริมความงามซึ่งมีตราสินค้า ที่เป็นที่นิยมหลากหลายตราสินค้า ที่บริษัทได้อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท คิวรอน จำนวน 76%  ปัจจุบันถือว่ามีความสำคัญกับการเติบโตของบริษัทเป็นอย่างมาก และที่ผ่านมาทาง บริษัทคิวรอน ยังมีการจัดงานอีเวนท์ต่างๆ มาโดยตลอด แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำได้ หรือทำได้บางส่วนเนื่องจากโควิด-19 จึงมองว่าภาพรวมยังไม่กลับมาเติบโตมากนัก และปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาดีลการควบรวมกิจการ หรือ M&A มากกว่าเดิม คาดว่าจะสามารถสรุปได้อย่างน้อย 1 ดิล ในปี2564

 

โคคิดกดยอดขาย

 

ขณะที่ทิศทางตลาดในประเทศฟิลิปปินส์ช่วงไตรมาสที่ 2/2564 ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ได้เข้าไปทำตลาดในประเทศฟิลิปปินส์  จำนวน 2 แบรนด์ คือ  SNAILWHITE 59% ,OXECURE 41% สำหรับช่องทางในการขายในประเทศฟิลิปปินส์ คือช่องทางด้านโมเดิร์นเทรด ปัจจุบันมีช่องทางการจำหน่ายกว่า 150 สาขา และทางด้านอีคอมเมิร์ซ ต่างก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงของการจัดโปรโมชั่นต่างๆ นอกจากนี้บริษัทมีแผนนำสินค้าแบรนด์ Sparkle เข้าไปจำหน่ายเพิ่มเติม ในช่วงเดือน มิ.ย.2564 ซึ่งก็น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

 

แม้ธุรกิจสกินแคร์ของบริษัท ถึงว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศฟิลิปปินส์ เเละมียอดขายเติบโตได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ในประเทศก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าประเทศไทย ทั้งนี้บริษัทอาจจะมีการปรับเป้ารายได้ ปีนี้ลงมาเล็กน้อย

 

เล็งขยายต่างแดน

 

ส่วนการขยายธุรกิจไปประเทศอื่นนอกเหนือจากฟิลิปปินส์ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาหลายประเทศ เดิมศึกษามาก่อนหน้านี้ เช่น อินโดนิเซีย ยังอยู่ในแผนงานของบริษัทอยู่มองว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ และยังมีประเทศอื่นๆในแถบอาเซียน เช่นเมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งมีตัวแทนกระจายสินค้าแต่ยังไม่ใช่วอลุ่มที่สูงมากนัก เนื่องจากสินค้าของบริษัทถือว่าราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดในกลุ่มนั้น

 

อย่างไรก็สำหรับการเติบโตของรายได้ปี 2564 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตที่ 25-30% โดยจะประเมินอีกครั้งในช่วงจบครึ่งปีแรก ซึ่งยังคงต้องรอติดตามสถานการณ์ โควิด-19 ต่อเนื่องเพราะยังไม่คลี่คลาย ซึ่งบริษัททองว่า หากมีการฉีดวัคซีนมากขึ้น มีมาตรการคลายล็อคดาวน์ต่างๆ ก็หวังว่าการจับจ่ายใช้สอยน่าจะกลับมาเป็นปกติ และบริษัทคาดว่าในช่วงไตรมาส 3/2564 ภาพรวมจะเริ่มกลับมาเป็นปกติได้ ซึ่งสอดคล้องไปกับจำนวนการฉีดวัคซีนที่มากขึ้น

 

ด้านความคืบหน้าการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก กัญชง- กัญชา ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาและทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีแหล่งวิจัยและการศึกษาที่ดี เนื่องจากบริษัทอยากให้สินค้าที่ออกไปมีประสิทธิภาพและสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะมีผลิตภัณฑ์ที่มาจากการพัฒนา กัญชง- กัญชา ออกมาสู่ตลาด

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง