ผวจ.เชียงราย หากสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น พร้อมประกาศ 15 พ.ค เคอร์ฟิวเป็นรายพื้นที่

ผวจ.เชียงราย หากสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น พร้อมประกาศ 15 พ.ค เคอร์ฟิวเป็นรายพื้นที่
77ข่าวเด็ด
5 พฤษภาคม 2564 ( 22:19 )
24
ผวจ.เชียงราย หากสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น พร้อมประกาศ 15 พ.ค เคอร์ฟิวเป็นรายพื้นที่

จังหวัดเชียงราย-จัดประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ เพื่อกระชับมาตรการป้องกัน ควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หาการแพร่ระบาดยังไม่ดีขึ้นหลัง 15 พฤษภาคม 2564 เตรียมประกาศเคอร์ฟิว

 

 

วันที่ 5 พ.ค.2564 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ ครั้งที่ 13/2564 พร้อมด้วย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ถนนแม่ฟ้าหลวง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย มี คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมประชุมด้วยความพร้อมเพรียง ที่ประชุมได้รายงานงานสถานการณ์ของผู้ป่วยของจังหวัดเชียงราย ณ วันที่ 5 พ.ค.มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 438 ราย หายป่วยแล้ว 283 ราย ยังคงรักษาอยู่ 154 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัด 319 ราย และติดเชื้อจากต่างจังหวัด 119 ราย อำเภอที่มีผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ อำเภอแม่สาย อำเภอเมืองเชียงราย และอำเภอพาน ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย และบุคคลในครอบครัว จากการรับประทานอาหารร่วมกัน ร่วมวงสังสรรค์และการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นจำนวนมาก

ที่ประชุมยังได้พิจารณา มาตรการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปรับความเข้มข้น พื้นที่ควบคุม การปิดพื้นที่ การตั้งด่านความมั่นคงสกัดกั้นตามแนวชายแดน และการมาตารการทางสังคม ปิดร้านค้าผู้ประอบการที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย เป็นเวลา 30 วัน ให้นายอำเภอเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ให้นำมาตรการไปใช้อย่างเข้มข้น หากไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ และสถานการณ์การแพร่ระบาดไม่ดีขึ้นหลังวันที่ 15 พ.ค 64 ก็พร้อมจะประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานในเวลาห้าม หรือเคอร์ฟิวเป็นรายพื้นที่ต่อไป

ในเดือนมิถุนายนนี้ จังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชน จำนวน 380,000 ราย ประชาชนสามารถลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีน ได้ใน 3 ช่องทาง คือ ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านแอฟฟริเคชั่น “ หมอพร้อม “ลงทะเบียนที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน และลงทะเบียนผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านได้ทุกหมู่บ้าน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำชับให้หน่วยงานความมั่นคงตามแนวชายแดนเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงาน ป้องกันคนลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหมาย เนื่องจากมีข้อมูลผู้ป่วยใน สปป.ลาว เพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในแขวงบ่อแก้ว ซึ่งมีชายแดนติดกับ อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และอำเภอเวียงแก่น ของจังหวัดเชียงรายด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง