รีเซต

คว่ำภาษี "ทรัมป์" Costco รวยเละ จีน-อินเดีย-บราซิล รับอานิสงส์

คว่ำภาษี "ทรัมป์" Costco รวยเละ จีน-อินเดีย-บราซิล รับอานิสงส์
TNN ช่อง16
24 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:26 )
6

แม้ว่าแนวทางการคืนเงินภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ ยังไม่ชัดเจน หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่ามาตรการภาษีนำเข้าของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขัดต่อกฎหมาย แต่ผู้ประกอบการที่ถูกมองว่าจะได้ประโยชน์อย่างมาก จากการชี้ขาดในครั้งนี้ ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทั้งเงิน และภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น 

นั่นคือ Costco Wholesale ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่ยึดมั่นหลักการ และยอมแบกรับความเสี่ยงในการยื่นฟ้องศาลต่อนโยบายดังกล่าว 

ฟอร์จูน รายงานว่า Costco เป็นธุรกิจที่มุ่งรักษาต้นทุนให้ต่ำ เพื่อนำเสนอสินค้าแบรนด์ชั้นนำในราคาคุ้มค่า ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการซ้ำ และด้วยหลักการดังกล่าว จึงเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่รายแรก ๆ ที่ได้ยื่นฟ้องร้องต่อรัฐบาลทรัมป์ เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนเต็มจำนวน กรณีต้องมีการคืนเงิน

ขณะที่บริษัทรายใหญ่อื่น ๆ ที่ฟ้องร้องด้วย เช่น บริษัทเครื่องสำอาง Revlon และผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ Kawasaki เป็นต้น

การยื่นฟ้องของ Costco ในเวลานั้น ถูกมองว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะได้กลายเป็นบริษัทสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดที่ออกมาคัดค้านนโยบายหลักของประธานาธิบดีทรัมป์ ท่ามกลาง ซีอีโอ หลายรายที่กลัวจะตกเป็นเป้าของรัฐบาล จึงไม่ได้ดำเนินการใดๆ แต่สำหรับ ผู้ค้าปลีกรายนี้ การยื่นฟ้อง ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวเชิงอุดมการณ์ แต่เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจตามแบบฉบับของบริษัทเอง

และเมื่อผลการตัดสินออกมา คดีนี้จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ที่ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ของ Costco ว่าเป็นบริษัทที่คอยดูแลผลประโยชน์ของลูกค้าอีกด้วย

อย่างไรก็ดี Costco ไม่เคยเผยจำนวนเงินที่จ่ายภาษีศุลกากรไป แต่บริษัทฯ ระบุว่าสินค้าประมาณ 1 ใน 3 ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ เป็นสินค้านำเข้า ดังนั้น จึงน่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย

ขณะที่ ข้อมูลของนักเศรษฐศาสตร์จาก Penn Wharton Budget Model ที่เผยกับ รอยเตอร์ส ระบุว่า ภาษีที่สหรัฐฯ เก็บได้รวมทั้งหมดจากมาตรการของประธานาธิบดี ทรัมป์ อาจจะต้องมีการคืนเงินเป็นมูลค่ามากกว่า 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่ศาลสูงสุดยังไม่ได้กล่าวถึงกระบวนการคืนเงินในคำตัดสินดังกล่าว ทำให้ยังมีความไม่ชัดเจนนัก 

นอกจากนี้ ทันทีที่ศาลสูงสุดมีคำตัดสินออกมา ภาคค้าปลีกสหรัฐฯ มองว่า นี่คือ ชัยชนะ แม้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มากก็ตาม

โดย สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า คำประกาศของศาลสูงสุด ทำให้ภาคธุรกิจสามารถคาดการณ์ได้ดีขึ้น โดยห่วงโซ่อุปทานโลกจะดำเนินไปโดยไม่คลุมเคลือ นโยบายการค้าที่ชัดเจน และสม่ำเสมอ เป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน และสร้างโอกาสให้กับครอบครัวชาวอเมริกัน

ขณะเดียวกัน ขอเรียกร้องให้ศาลล่าง จัดกระบวนการ การคืนภาษีให้กับผู้นำเข้าอย่างราบรื่น ซึ่งการคืนภาษีจะเป็นแรงหนุนทางเศรษฐกิจ และช่วยให้ธุรกิจสามารถลงทุนใหม่ได้ทั้งในการดำเนินงาน พนักงาน และลูกค้า

อย่างไรก็ตาม David French รองประธานบริหารฝ่ายความสัมพันธ์รัฐบาล ของสหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติ กล่าวกับ ซีเอ็นบีซี โดยประเมินว่า ผู้ค้าปลีกจะยังคงเผชิญกับภาษีอื่น ๆ อีก เชื่อว่าประธานาธิบดี ยังมีเครื่องมือภาษีอีกมากที่จะใช้ในการรักษาอำนาจการต่อรองกับประเทศอื่น ๆ แต่สิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ คือได้นำเครื่องมือหนึ่งออกไป และช่วยสร้างความแน่นอนเพิ่มขึ้นในกระบวนการภาษี แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม 

สำหรับผลที่จะเกิดกับประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ มีรายงานว่า จีน อินเดีย และบราซิล กลายเป็นประเทศที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุด หลังคำตัดสินของศาลสูงสุด และได้ยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินของประธานาธิบดี ทรัมป์

ถือเป็นสถานการณ์ที่พลิกผัน หรือเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากก่อนหน้านี้ ทั้ง 3 ประเทศดังกล่าว ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า แม้ประธานาธิบดี ทรัมป์ จะประกาศแผนจัดเก็บภาษีอัตราทั่วโลกที่ร้อยละ 15 แต่ Bloomberg Economics คำนวนว่าอัตราภาษีที่แท้จริงโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวร้อยละ 12 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่มาตรการภาษี ที่ถูกประกาศใช้เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว

สำหรับ เอเชีย นักเศรษฐศาสตร์ของ Morgan Stanley ระบุว่า อัตราภาษีเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักจะลดลงเหลือร้อยละ 17 จากเดิมร้อยละ 20 ส่วนอัตราภาษีสินค้าจากจีนโดยเฉลี่ยจะลดลงเหลือร้อยละ 24 จากร้อยละ 32 

อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายนี้ อาจเป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามกำหนดภาษีเฉพาะรายอุตสาหกรรมและรายประเทศ เพื่อสร้างโครงสร้างภาษีใหม่ขึ้นอีกครั้ง

แต่ถึงกระนั้น นักเศรษฐศาสตร์ รายงานว่า ระดับความไม่แน่นอนสูงสุดเกี่ยวกับภาษีและความตึงเครียดทางการค้าได้ผ่านพ้นไปแล้ว และมาตรการภาษีใหม่ที่บังคับใช้อัตราเดียวกันทั่วกระดาน จะเท่ากับเป็นการรีเซ็ต สนามแข่งขันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้าทั่วโลก 

อย่าง จีน ภาษีอัตราร้อยละ 10 ที่เกี่ยวข้องกับ เฟนทานิล ก็ถูกยกเลิกไป ทำให้การส่งออกไปสหรัฐฯ ของจีน จะเผชิญกับอัตราภาษีที่ไม่รุนแรงเหมือนเดิม ส่วน แคนาดา และเม็กซิโก ก็เช่นเดียวกัน ที่ก่อนหน้านี้เผชิญภาษีที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิล ก็จะได้รับประโยชน์จากการยกเลิกมาตรการดังกล่าว ซึ่งตามการวิเคราะห์ของ บลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ระบุว่า หากข้อยกเว้นภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่าง สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ยังคงมีแผล จะทำให้ทั้งสองประเทศนี้ จะอยู้ในสถานะที่ได้เปรียบอย่างมาก

แต่ในทางกลับกัน ประเทศที่เสียประโยชน์ในกรณีล่าสุดนี้ คือ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ที่เคยเจรจาได้อัตราภาษีต่ำเพียงร้อยละ 10 ภายใต้กรอบมาตรการเดิม ส่วนญี่ปุ่น ที่เคยมีอัตราภาษีร้อยละ 15 ก่อนหน้านี้ถือว่าแข่งขันได้ แต่ปัจจุบันกลับสูญเสียความได้เปรียบนั้นไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง