รีเซต

“9,000 บาท” กว่าจะถึงมือผู้ประสบภัย เงินเยียวยาน้ำท่วมผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?

“9,000 บาท” กว่าจะถึงมือผู้ประสบภัย เงินเยียวยาน้ำท่วมผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?
TNN ช่อง16
8 ตุลาคม 2569 ( 11:53 )

เจาะลึกเส้นทาง “9,000 บาท” เงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อเกิดน้ำท่วม ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลงทันทีเมื่อน้ำลด เพราะหลังจากนั้นคือภาระในการซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่าง “เงินเยียวยา 9,000 บาท” กลายเป็นความหวังสำคัญของหลายครัวเรือน

แต่เบื้องหลังตัวเลขสี่หลักนี้ ไม่ใช่แค่การกดปุ่มโอนเงินตามรายชื่อลอยๆ ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรอง ตรวจสอบ และบูรณาการจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนจะส่งตรงถึงมือ “ตัวจริงเสียงจริง” โดยไม่มีการตกหล่นหรือสวมสิทธิ์ 

แต่คำถามคือ เงิน 9,000 บาท กว่าจะเดินทางจากงบประมาณของรัฐไปถึงบัญชีของผู้ประสบภัย ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?

หลักเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ตามมติคณะรัฐมนตรี

1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย

2. กรณีน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป

3. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบ จนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป

4. กรณีที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป 

ย้ำน้ำล้อมเกิน 7 วัน ได้รับสิทธิ 100%

เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยจากกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบริเวณแฟลตเคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร นั้น รัฐบาลขอยืนยันว่า กรณีประชาชนในพื้นที่เข้าหลักเกณฑ์น้ำท่วมขังหรือถูกน้ำล้อมรอบต่อเนื่องเกิน 7 วัน จะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาลอย่างแน่นอน

โดยเงื่อนไขเงินเยียวยากรณีน้ำล้อมรอบ (น้ำล้อม) ตามเกณฑ์ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 มีรายละเอียดน้ำล้อมมีดังนี้

1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับอัตราเงินช่วยเหลือ: ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท / ครัวเรือน (ตามมติ ครม. แยกจากกรณีน้ำท่วมขังถึงตัวบ้าน)

2. กรณีอยู่ในอาคารสูง (คอนโด อพาร์ตเมนต์) น้ำไม่ถึงชั้นที่พัก แต่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางหรือการใช้ชีวิตเกิน 7 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือนเช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังสามารถขอรับการช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานครได้เพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าดำรงชีพเบื้องต้น และเงินปลอบขวัญ เป็นต้น โดยสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบ หรือยื่นผ่านประธานชุมชน / เจ้าหน้าที่เขตที่ลงพื้นที่ในชุมชนนั้น ๆ

“รัฐบาลยืนยันทุกความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลพร้อมเร่งช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกเร่งแก้ไขปัญหาให้เงินเยียวยาถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ

ช่องทางการยื่นเรื่องสำหรับพื้นที่ กทม. และ ต่างจังหวัด

- แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ": สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์

- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.): ยื่นเอกสารด้วยตนเองที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบให้

ช่องทางการยื่นเรื่องสำหรับพื้นที่ กทม.

- สามารยื่นรับเงินเยียวยาได้ 2 แหล่ง ทั้งในทางรัฐ และ กทม.

- ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือเข้าไปที่ หมวดบริการประชาชน  เลือก “ยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามมติ ครม.” กดเข้าสู่บริการเพื่อเริ่มต้นทำรายการยื่นคำขอ

- ยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ของ กทม. claim.bangkok.go.th หรือติดต่อยื่นเรื่องโดยตรงที่สำนักงานเขตในพื้นที่ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์

ถึงมือประชาชนเร็วแค่ไหน ?

เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำชับพื้นที่ที่สำรวจความเสียหายแล้วให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือ มายัง ปภ. โดยเร็วที่สุด ปัจจุบันมีการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน รวมวงเงินประมาณ 94 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการตามหลัก First Come First Serve เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด 

พร้อมกำชับให้ ปภ. เร่งพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลภายในให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนส่งรายชื่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำ โดยให้จังหวัดและอำเภอต้องเพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล ทั้งรายชื่อ เลขบัญชี จำนวนเงิน และการยืนยันว่าครัวเรือนมีตัวตนจริง โดยให้ Cross Check กันเองก่อนส่งมายัง ปภ. โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องไม่เพิ่มขั้นตอนหรือระยะเวลาในการทำงาน

ปภ. ตรวจสอบ ก่อนส่งต่อธนาคารออมสิน

หลังข้อมูลจากจังหวัดถูกส่งเข้ามา ปภ. จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลตามหลักเกณฑ์ ก่อนส่งรายชื่อไปยัง ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่โอนเงินช่วยเหลือให้กับประชาชน 

รัฐบาลย้ำว่าการตรวจสอบต้องทำให้เกิดความสมดุลระหว่าง “ความเร็ว” กับ “ความถูกต้อง” เพราะการเร่งจ่ายเงินอย่างเดียวโดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้เกิดความผิดพลาด แต่หากตรวจสอบหลายขั้นตอนจนล่าช้า ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนก็ต้องรอนานขึ้น

การับเงินเยียวยา ต้องเป็นแบบใด?

-ต้องเป็นบัญชีธนาคารที่ ผูกพร้อมเพย์ (PromptPay) ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้ยื่นคำขอเท่านั้น

-ไม่สามารถใช้พร้อมเพย์ที่ผูกด้วยหมายเลขโทรศัพท์มือถือได้

-บัญชีต้องมีสถานะปกติ (ไม่ถูกอายัด, ไม่ปิดบัญชี และชื่อ-นามสกุลต้องตรงกับผู้ยื่นคำขอ)

สถานะคำร้องและการติดตามผล


 “ความเร็ว” กลายเป็นหัวใจของการเยียวยา

เงิน 9,000 บาทอาจไม่สามารถชดเชยความเสียหายทั้งหมดจากน้ำท่วมได้ แต่สำหรับครัวเรือนที่กำลังเผชิญภาระค่าใช้จ่าย เงินก้อนนี้สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในช่วงที่ต้องเริ่มต้นฟื้นฟูชีวิต รัฐบาลจึงพยายามเปลี่ยนภาพการเยียวยาจากอดีตที่ประชาชนอาจต้องรอเป็นเดือนหรือเป็นปี มาเป็นการช่วยเหลือที่อาศัยข้อมูลความเสียหายและระบบโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เงินถึงมือเร็วขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง