กรมอุตุฯ เตือนฝนหนัก 2-6 พ.ย. สทนช. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุน 8 จังหวัด

ประเทศไทยเตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 2-6 พฤศจิกายน หลายพื้นที่จะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงใน 8 จังหวัด ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญอาจสูงกว่าระดับวิกฤติประมาณ 30-50 เซนติเมตร
กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักระลอกใหม่ 2-6 พฤศจิกายน
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์สภาพอากาศประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
สำหรับช่วงวันที่ 2-6 พฤศจิกายน ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้
ขณะเดียวกัน ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคใต้ รวมถึงอ่าวไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและอาจเกิดฝนตกหนักสะสม
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งระหว่างเกิดพายุฝน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม
เช็กพื้นที่ฝนตกหนัก กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกฝน 60%
สำหรับพยากรณ์อากาศในรอบ 24 ชั่วโมง ตามรายงานประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20-30 ของพื้นที่
ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่
ทั้งนี้ ประชาชนควรติดตามพยากรณ์อากาศรายวัน เนื่องจากพื้นที่และความรุนแรงของฝนมีโอกาสเปลี่ยนแปลงตามการเคลื่อนตัวของระบบอากาศ
สทนช. เตือน 8 จังหวัด น้ำทะเลหนุนสูงถึง 4 พฤศจิกายน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 หลังประเมินว่าลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น และดันระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักที่เชื่อมต่อกับทะเลให้สูงขึ้นตามไปด้วย
จากการประเมินดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำอาจสูงกว่าระดับวิกฤติประมาณ 30-50 เซนติเมตร ทำให้เกิดความเสี่ยงน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำ โดยเฉพาะชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร
แม่น้ำที่ต้องเฝ้าระวังประกอบด้วย แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และนครปฐม
จับตาถนนสุขุมวิท สุขสวัสดิ์ พระราม 2 เสี่ยงน้ำเอ่อล้น
นอกจากพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำแล้ว สทนช. ยังเตือนให้เฝ้าระวังเส้นทางสัญจรสำคัญที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือเชื่อมต่อกับพื้นที่ริมแม่น้ำ
ทั้งนี้ ผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงอาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาและบางพื้นที่ ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในแม่น้ำและสภาพพื้นที่ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ทั้งการติดตามระดับน้ำ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชน
ต้นเดือนพฤศจิกายน เฝ้าระวังฝนหนักควบคู่น้ำทะเลหนุน
สถานการณ์น้ำและสภาพอากาศในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 มีปัจจัยที่ต้องติดตามพร้อมกัน ทั้งฝนตกหนักจากการเปลี่ยนแปลงของระบบอากาศและระดับน้ำทะเลหนุนสูงที่อาจส่งผลต่อแม่น้ำสายหลัก
โดยช่วงวันที่ 1-4 พฤศจิกายน เป็นระยะที่ต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 8 จังหวัด ขณะที่ช่วงวันที่ 2-6 พฤศจิกายน ต้องติดตามสภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่เสี่ยง
กรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนริมแม่น้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
