รีเซต

ทำไม “เดอะแบก” ยังไม่หายไปจากครอบครัวไทย?

ทำไม “เดอะแบก” ยังไม่หายไปจากครอบครัวไทย?
TNN ช่อง16
8 เมษายน 2569 ( 13:01 )
20

เดอะแบกในครอบครัว ภาระที่หลายคนยังต้องรับไว้ลำพัง

ภาพของ “เดอะแบก” ในครอบครัวไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้สังคมจะเปลี่ยนผ่านไปมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างครอบครัว แต่บทบาทของคนที่ต้อง แบก ทุกอย่างไว้เพียงลำพังกลับยังคงอยู่ และในบางกรณีอาจหนักขึ้นกว่าเดิม

ค่านิยมเรื่อง “ความกตัญญู” ที่ฝังลึกในสังคมไทย การดูแลพ่อแม่และครอบครัวไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่ถูกมองเป็นหน้าที่ทางศีลธรรม โดยเฉพาะในหมู่ลูกคนโตหรือคนที่มีศักยภาพทางการเงินมากที่สุด ความคาดหวังนี้ค่อยๆ แปรเปลี่ยนจาก “การช่วยเหลือ” เป็น “ความรับผิดชอบเต็มตัว” โดยไม่รู้ตัว

ภาพจาก TNN

โครงสร้างเศรษฐกิจก็มีบทบาทสำคัญ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับภาระ และความไม่มั่นคงในอาชีพ ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถพึ่งพารายได้จากหลายทางได้จริง ผลลัพธ์คือ ภาระจึงไปตกอยู่กับสมาชิกคนใดคนหนึ่งที่ “พอจะไหว” มากที่สุด และคนนั้นก็มักจะกลายเป็น “เดอะแบก” โดยปริยาย

ความคิด“ถ้าไม่ใช่เรา ก็ไม่มีใครทำ”

ขณะเดียวกันคนที่เป็น “เดอะแบก” เองก็มักมีความคิดบางอย่าง เช่น ความรู้สึกว่าตนเอง “ต้องทำให้ได้” หรือ “ถ้าไม่ใช่เรา ก็ไม่มีใครทำ” ความคิดเหล่านี้แม้จะสะท้อนความรับผิดชอบ แต่ก็อาจกลายเป็นกรอบที่ทำให้ไม่กล้าปล่อยภาระ หรือขอความช่วยเหลือ

วิถี "เดอะแบก"

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า

เคยรู้สึกขัดแย้งในใจไหม?

ดีใจนะที่ได้ส่งเงินให้ครอบครัว แต่ก็อดหวั่นๆกับอนาคตของตัวเองไม่ได้ ถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ ขอบอกว่าคุณไม่ได้ตัวคนเดียว และความรู้สึกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมเงินเดือนออกถึงทำให้เราใจสั่น กับสิ่งที่เรียกว่า ‘ความเครียดเลขศูนย์’ หรือ Zero-Balance Anxiety จิตวิทยาเบื้องหลังความกังวลของคนที่เป็นเสาหลักครอบครัว

ทำไมเงินเดือนออกถึงกลายเป็นความเครียด?

เรื่องนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาซ่อนอยู่นะ ไม่ใช่ว่าเราไม่รักครอบครัว แต่เป็นเพราะสมองของเรากำลังต่อสู้กับความรู้สึกเหล่านี้อยู่

1. ความรู้สึกสูญเสียการควบคุม

ทันทีที่เงินเดือนถูกจัดสรรไปตามภาระต่างๆ จนแทบไม่เหลือ สมองจะตีความว่าเรากำลังสูญเสียอำนาจในการจัดการชีวิตตัวเองไป มันเลยทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคงและกังวลขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

2.กับดักของคนเป็นผู้ให้ (The Provider Paradox)

จริงไหมว่าการได้ดูแลครอบครัวมันทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า แต่ในขณะเดียวกัน มันก็สร้างความกลัวลึกๆ ว่าถ้าวันหนึ่งเราให้ได้ไม่เท่าเดิมล่ะ เราจะกลายเป็นคนล้มเหลวหรือเปล่า ความรู้สึกผิดที่มองไม่เห็นนี่แหละครับ คือแรงกดดันที่หนักอึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ

3. ความคาดหวังของสังคมและวัฒนธรรม

ในสังคมไทย ความกตัญญูเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่บางครั้งมันก็มาพร้อมกับความคาดหวังที่ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ จนกลายเป็นภาระที่สร้างความเครียดให้เราโดยไม่รู้ตัว

เปลี่ยนจาก ‘เดอะแบก’ ที่อ่อนล้า เป็นเสาหลักที่แข็งแรงและมีความสุข

เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนความกังวลให้เป็นการลงมือทำ เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางการเงินและจิตใจให้ตัวเองกัน

วิธีที่ 1: สร้าง "งบแห่งความสบายใจ" ด้วยการ "จ่ายให้ตัวเองก่อน"

ลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ทันทีที่เงินเดือนเข้า ให้รีบโอนเงินส่วนเล็กๆ แค่ 1-3% ก็ได้ ไปเก็บไว้ในบัญชีเพื่อตัวเองโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า "Pay Yourself First" เงินก้อนเล็กๆ นี่แหละ คือเมล็ดพันธุ์ของความรู้สึกมั่นคง ที่จะช่วยคืนอำนาจควบคุมชีวิตกลับมาให้คุณ

วิธีที่ 2: เปิด "บทสนทนาเรื่องเงิน" กับคนในครอบครัว

ทางออกที่ยั่งยืนที่สุด อาจจะยากหน่อย แต่ก็จำเป็นต้องทำ คือการเปิดใจคุยเรื่องเงินกับคนในบ้าน ลองหาจังหวะดีๆ พูดคุยกันอย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมการเงินของบ้านตรงกัน การมี ‘บัญชีกลาง’ ที่ทุกคนช่วยกันรับผิดชอบ อาจเป็นทางออกที่น่าสนใจนะ

วิธีที่ 3: ออกแบบ "กองทุนฉุกเฉินส่วนตัว" ที่เป็นเซฟโซนของใจ

สิ่งที่ ‘เดอะแบก’ ส่วนใหญ่มักมองข้าม คือการสร้างเซฟโซนให้ตัวเอง การมีเงินสำรองฉุกเฉินที่เป็นของคุณจริงๆ แยกออกมาต่างหาก คือ ‘ตาข่ายความปลอดภัยทางใจ’ ที่สำคัญที่สุด มันจะช่วยลดความกลัวและความเครียดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้มหาศาลเลย

การเป็นเสาหลักของครอบครัวคือบทบาทที่น่าภูมิใจ และการหันกลับมาดูแลการเงินกับจิตใจของตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่มันคือการบำรุงรักษาเสาหลักต้นนี้ให้แข็งแรง เพื่อที่คุณจะสามารถดูแลคนที่คุณรักต่อไปได้อย่างมั่นคงและยาวนานอย่างมีความสุข

ภาพจาก Getty Images

ผลกระทบของการเป็น “เดอะแบก”

 ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องการเงิน แต่ลามไปถึงสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิต หลายคนต้องเลื่อนความฝันส่วนตัว ชะลอการสร้างครอบครัวของตัวเอง หรือใช้ชีวิตภายใต้ความเครียดเรื้อรังโดยไม่มีพื้นที่ให้พัก และ ท้ายที่สุ “ครอบครัว” ไม่ควรเป็นพื้นที่ที่ใครคนหนึ่งต้องยืนแบกทุกอย่างเพียงลำพัง แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทุกคนช่วยกันพยุง  เพื่อให้ไม่มีใครต้องหนักเกินกว่าที่จะยืนไหว

ขณะเดียวกัน คนที่เป็น “เดอะแบก” เองก็ต้องเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง กล้าปฏิเสธในบางครั้ง และยอมรับว่าการขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ

สัญญาณเตือนว่า “ถึงเวลาต้องดูแลตัวเอง”

-รู้สึกไม่มีความสุขในชีวิต มีแต่หน้าที่ที่ต้องทำ

-ฝืนทำสิ่งต่าง ๆ แม้ใจไม่อยากทำ

-ร่างกายเริ่มฟ้อง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดเรื้อรัง

-มีอาการนอนไม่หลับ คิดวนไม่หยุด

-พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป กินได้น้อยหรือกินมากเกินไป




ที่มา TNN รวบรวม/คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา/รพ.บํารุงราษฎร์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง