รีเซต

ตลาดบ้านมือสองไตรมาส 4 ปี 68 อุปทานพุ่ง 29.8% มูลค่าแตะ 1.2 ล้านล้านบาท

ตลาดบ้านมือสองไตรมาส 4 ปี 68 อุปทานพุ่ง 29.8% มูลค่าแตะ 1.2 ล้านล้านบาท
TNN ช่อง16
11 มีนาคม 2569 ( 18:41 )

 โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 มีแนวโน้มอุปทานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้ฝั่งอุปสงค์ยังชะลอตัว จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาสมีจำนวน 226,278 หน่วย เพิ่มขึ้น 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีมูลค่ารวม 1.20 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.7% อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) พบว่าจำนวนหน่วยและมูลค่าประกาศขายลดลง 7.0% และ 12.6% ตามลำดับ

โครงสร้างผู้ขายในตลาดบ้านมือสองพบว่า กลุ่มบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีสัดส่วนสูงสุด คิดเป็น 44.3% ของหน่วยประกาศขายทั้งหมด จำนวน 100,179 หน่วย มูลค่า 967,953 ล้านบาท และขยายตัวมากถึง 52.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน รองลงมาคือทรัพย์จากกรมบังคับคดี 31.7% ของตลาด ขณะที่ทรัพย์จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ บริษัทบริหารสินทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์ มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 24%

เมื่อพิจารณาตามประเภทอสังหาริมทรัพย์ พบว่า บ้านเดี่ยวมีการประกาศขายมากที่สุด จำนวน 90,502 หน่วย คิดเป็น 40% ของตลาด และมีมูลค่า 532,566 ล้านบาท รองลงมาคือห้องชุด 70,611 หน่วย หรือ 31.2% และทาวน์เฮ้าส์ 57,257 หน่วย หรือ 25.3% โดยประเภทที่เติบโตโดดเด่นที่สุดคือห้องชุด ซึ่งจำนวนประกาศขายเพิ่มขึ้นถึง 79.1% และมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 141.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านระดับราคาของทรัพย์ที่ประกาศขาย พบว่าช่วงราคาที่มีจำนวนหน่วยมากที่สุดคือไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 55,536 หน่วย คิดเป็น 24.5% ของตลาด รองลงมาคือช่วงราคา 2.01–3.00 ล้านบาท และ 1.01–1.50 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของอุปทานที่โดดเด่นในไตรมาสนี้อยู่ในกลุ่มบ้านระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 63.2% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 70.4% สะท้อนการเพิ่มขึ้นของทรัพย์ระดับราคาสูงในตลาด

ในเชิงพื้นที่ การประกาศขายที่อยู่อาศัยมือสองยังคงกระจุกตัวในพื้นที่เศรษฐกิจหลัก โดย 10 จังหวัดที่มีมูลค่าประกาศขายสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ ภูเก็ต ปทุมธานี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และระยอง ซึ่งรวมกันคิดเป็น 87.5% ของมูลค่าประกาศขายทั่วประเทศ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังคงครองอันดับหนึ่ง มีหน่วยประกาศขาย 71,275 หน่วย หรือ 31.4% ของทั้งประเทศ และมีมูลค่าสูงถึง 729,012 ล้านบาท หรือ 60.7% ของตลาดรวม

อย่างไรก็ตาม ในด้านอุปสงค์ตลาดยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองในไตรมาส 4 ปี 2568 มีจำนวน 55,592 หน่วย ลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่า 113,651 ล้านบาท ลดลง 8.2% โดยบ้านเดี่ยวยังคงเป็นประเภทที่มีการโอนมากที่สุด คิดเป็น 42.3% ของหน่วยโอนทั้งหมด ขณะที่การโอนลดลงเกือบทุกช่วงราคา ยกเว้นกลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาทที่มูลค่าการโอนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.6%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง