“วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จ่อขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย

“วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จ่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทย ควบคู่กับการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์และการท่องเที่ยวคุณภาพสู่ระดับสากล
โดยล่าสุดประเทศไทยมีแนวโน้มได้รับข่าวดีจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–29 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ที่จะพิจารณาการเสนอ “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในช่วงวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานความคืบหน้าว่า องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่อิทธิพลทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทร
ทั้งนี้ ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินงานด้านวิชาการ การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการพื้นที่ตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการพิจารณาในระดับนานาชาติ
แหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย
นางสาวลลิดา กล่าวว่า หากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียน จะเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ และเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ ซึ่งนอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศแล้ว ยังจะช่วยยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ สร้างรายได้ให้ชุมชน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
“รัฐบาลมุ่งผลักดันทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้มรดกอันทรงคุณค่าของชาติสามารถส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
รู้จัก วัดพระมหาธาตุ
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง วัดพระมหาธาตุเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้และประเทศไทย
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร เดิมชื่อ วัดพระบรมธาตุ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้และประเทศไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครศรีธรรมราชและพุทธศาสนิกชนทั่วไป มีความเชื่อกันว่าหากผู้ใดได้มากราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ จะถือเป็นมงคลชีวิตแก่ตนเองและครอบครัว
ในปี พ.ศ. 1719 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชทรงสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมก่อสร้างเจดีย์องค์ใหม่ เป็นเจดีย์ทรงลังกา สูง 55.78 เมตร (กรมศิลปากรบูรณะปลียอดทองคำเมื่อ พ.ศ. 2538) จากฐานบัวคว่ำบัวหงายถึงปลียอด สูง 6.80 เมตร ใช้ทองคำเนื้อสิบหุ้มโดยรอบ
ภายในวัดพระมหาธาตุมีสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญ ได้แก่
พระบรมธาตุเจดีย์ องค์พระธาตุประกอบด้วยทองรูปพรรณและของมีค่ามากมาย ซึ่งสิ่งของมีค่าเหล่านี้พุทธศาสนิกชนนำมาถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้ตนได้พบกับนิพพาน มีพิธีปฏิบัติอย่างหนึ่งต่อองค์พระธาตุ คือ ในวันมาฆบูชามีการแห่ผ้าขึ้นธาตุ เชื่อกันว่าหากใครได้นำผ้าขึ้นธาตุจะขอพรได้เป็นจริงดังหวัง
วิหารพระมหาภิเนษกรมน์ (วิหารพระทรงม้า) เป็นวิหารหลักใช้สำหรับเป็นทางขึ้นไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อเป็นการสักการบูชาองค์พระมหาธาตุเจดีย์ จัดเป็นประตูขึ้นไปสู่การเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด คือพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า
ยังมีสิ่งปลูกสร้างภายในวัดที่ไม่ควรพลาดสักการะและเดินชมความงดงาม เช่น วิหารเขียน วิหารสามจอม วิหารโพธิ์ลังกา วิหารคด เป็นต้น นอกจากนี้ในบริเวณวัดพระธาตุยังมีแหล่งจำหน่ายเครื่องถม เครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง หัตถกรรมย่านลิเภา กระจูด ตัวหนังตะลุง ซึ่งเป็นผลงานหัตถศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของนครศรีธรรมราช
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
