จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ดันอุณหภูมิโลกพุ่ง ปี 2027 เสี่ยงร้อนสุดในประวัติศาสตร์

เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอุ่นขึ้นผิดปกติและส่งผลกระทบต่อระบบอากาศในทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น หรือฝนตกหนักผิดฤดูกาล รวมถึงคลื่นความร้อนในทะเลยังกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว และการลดลงของสัตว์น้ำหลายชนิด
แม้ว่าช่วงต้นปี 2006 โลกยังคงอยู่ในภาวะลานีญาแบบอ่อนๆ ซึ่งปกติอุณหภูมิโลกจะเย็นลงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย แต่ในช่วง 3 เดือนแรกของปี กลับติดอันดับที่ 4 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันน้ำแข็งในอาร์กติกยังคงลดลงจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยข้อมูลจากแบบจำลองจากหน่วยงานด้านสภาพอากาศหลายแห่งคาดการณ์ว่า ปี 2026 อาจติดอันดับ 1 ใน 4 ของปีที่ร้อนที่สุด และมีแนวโน้มจะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 เท่าที่เคยมีการบันทึกมา
โดยปกติแล้ว หากอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรสูงกว่าค่าปกติ 0.5 องศาเซลเซียส โลกจะเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ และหากอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส จะอยู่ในภาวะเอลนีโญระดับรุนแรง แต่สำหรับแบบจำลองล่าสุดมีการประเมินว่า อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลภายในเดือนกันยายนอาจสูงกว่าค่าปกติถึง 2.2 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสสูงที่ปี 2026 โลกจะเผชิญกับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งปกติแล้วภาวะเอลนีโญจะทวีกำลังแรงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม นั่นหมายความว่าหากเกิดซูเปอร์เอลนีโญขึ้นจริงจะมีแนวโน้มสูงที่ปี 2027 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
แบบจำลองอากาศใหม่นี้ถูกพัฒนาโดยใช้ข้อมูลอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลและระดับความสูงของน้ำทะเลมาวิเคราะห์โดยไม่ต้องพึ่งพาแบบจำลองภูมิอากาศที่ซับซ้อนเหมือนในอดีต แต่สามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลที่สะท้อนการสะสมความร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกได้ รวมถึงความผิดปกติของอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลทั่วโลก ทำสามารถคาดการณ์การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาได้ล่วงหน้าถึง 15 เดือน ซึ่งแบบจำลองดังกล่าวนี้ได้บ่งชี้ว่า ในช่วงปลายปีมีแนวโน้มการเกิดเอลนีโญรุนแรง โดยอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกตามแนวเส้นศูนย์สูตรอาจสูงกว่าปกติมากกว่า 2 องศาเซลเซียส
การคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากภาวะเอลนีโญไม่ได้ทำให้สภาพอากาศบางพื้นที่ร้อนขึ้นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับภัยแล้งที่ยาวนาน ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร น้ำ และการใช้พลังงานของผู้คนในทั่วโลก บางประเทศอาจเผชิญกับความเสี่ยงจากฝนสุดขั้ว ซึ่งการคาดการณ์นี้จะทำให้ทั่วโลกสามารถเตรียมพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
