หมดเจด เตือน “5 คู่ยา” ที่ไม่ควรกินพร้อมกัน อันตรายกว่าที่คิด

นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และเจ้าของเพจ “หมอเจด” เผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ ยาที่ไม่ควรกินพร้อมกัน อันตรายกว่าที่คิด
โดยระบุว่า ช่วงนี้มีข่าวของคุณคริสติน ที่ให้ข้อมูลว่าทานยารักษาโรคประจำตัวคือภูมิแพ้ และทานยาแก้แพ้เข้าไปด้วย แล้วทำให้รู้สึกง่วงมาก จนเกิดเหตุตามข่าวเรื่องนี้จริง ๆ เป็นสิ่งที่อยากเตือนทุกคนมาก ๆ
เพราะหลายคนคิดว่า ยาเป็นของปลอดภัย กินยังไงก็ได้ แต่ในความเป็นจริง ยาบางตัว ถ้ากินคู่กัน อาจทำให้ง่วง ความดันตก เลือดออก หรือยาบางตัวไม่ออกฤทธิ์เลย วันนี้เลยอยากเตือนทุกคนเรื่อง
คู่ยาที่ไม่ควรกินพร้อมกัน ที่คนพลาดบ่อยมาก
1. ยาแก้แพ้ + ยาแก้แพ้อีกตัว
เช่น คนเป็นภูมิแพ้ กินยาประจำอยู่แล้ว แต่พอมีผื่น คัน น้ำมูก ก็ซื้อยาแก้แพ้มากินเพิ่ม ผลคือ ง่วงมาก เวียนหัว สมาธิลดลง ขับรถอันตราย บางคนง่วงจนเกือบหมดสติได้ ก่อนกินยาเพิ่ม ควรถามเภสัชหรือหมอก่อนเสมอ
2. ยาลดกรด + ยาฆ่าเชื้อบางชนิด
เช่น ยาลดกรด + Ciprofloxacin / Doxycycline ยาลดกรดจะไปจับกับยา ทำให้ ยาฆ่าเชื้อดูดซึมไม่ได้
กินยาเหมือนไม่กิน → เชื้อไม่หาย ถ้าจำเป็นต้องกิน ให้กินห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
3. Viagra + ยาลดความดัน / ยาขยายหลอดเลือด
อันนี้สำคัญมาก Viagra กินร่วมกับ
- ยาความดัน
- ยาขยายหลอดเลือด
- ยาไนเตรต
อาจทำให้ ความดันตก หน้ามืด เป็นลม หัวใจขาดเลือดได้ โดยเฉพาะ Viagra + Nitrate = ห้ามเด็ดขาด
4. ยาแก้ปวด + ยาแก้ปว
หลายคนปวดมาก กิน Brufen แล้วไม่หาย กิน Cataflam ต่อ หรือกินหลายตัวพร้อมกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็น ยาแก้ปวดกลุ่มเดียวกัน ผลคือ กระเพาะอักเสบ เลือดออกในกระเพาะ ไตเสื่อม ยาแก้ปวด ไม่ควรกินซ้อนกันเอง
5. พาราเซตามอล + ยาแก้หวัด
อันนี้เจอบ่อยที่สุด เพราะในยาแก้หวัด มีพาราเซตามอลอยู่แล้ว ถ้ากินพาราเพิ่มเข้าไปอีก
- พาราเกิน
- ตับอักเสบ ตับวายได้
หลายคนไม่รู้เรื่องนี้เลย อยากฝากไว้จริง ๆ การกินยา ไม่ใช่แค่กินให้หาย แต่ต้องกินให้ปลอดภัยด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
