เปิดแผน 'งานนิติบัญญัตินำบริหาร' กับ 3 บิ๊กโปรเจกต์ภูมิใจไทย

รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยทิศทางการทำงานด้านนิติบัญญัติของพรรคในช่วงเริ่มต้นรัฐบาล โดยจะใช้แนวทาง “งานนิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร” เพื่อเร่งผลักดันกฎหมายที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ
แหล่งข่าวระบุว่า กฎหมายชุดแรกที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร คือการปรับโครงสร้างกระทรวง โดยเสนอแก้ไขกฎหมายโอนสังกัดให้กระทรวงการท่องเที่ยวถูกรวมเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจของทั้งสองหน่วยงานมีความเชื่อมโยงกันในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขณะที่ภารกิจด้านกีฬาจะถูกแยกออกมาเป็นกระทรวงกีฬาที่มุ่งพัฒนาศักยภาพนักกีฬาและระบบกีฬาอาชีพอย่างจริงจัง โดยคาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถผ่านการพิจารณาของสภาได้ภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
อีกหนึ่งกฎหมายสำคัญคือ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือที่ถูกเรียกว่า “กฎหมาย Super License” ซึ่งมีแนวคิดให้ระบบการอนุญาตต่าง ๆ ของรัฐรวมศูนย์อยู่ในรูปแบบ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนการขออนุญาตจากหลายหน่วยงาน เช่น การขออนุญาตก่อสร้างโรงงาน โรงแรม หรือสถานประกอบการสปา ให้สามารถดำเนินการผ่านหน่วยงานเดียวได้
กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายลดความซ้ำซ้อนของระบบราชการ เพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนจากทั้งผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างประเทศ โดยแนวคิดนี้เป็นข้อเสนอของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งตั้งเป้าผลักดันให้กฎหมายแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนเช่นกัน
นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังเตรียมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งกระจายอำนาจและรายได้สู่ท้องถิ่น โดยมีแนวคิดสำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถกำหนดทิศทางการใช้ภาษีของตนเอง โดยให้เลือกสนับสนุนภาษี 30% ไปยังบ้านเกิดหรือท้องถิ่นที่ต้องการพัฒนา เพื่อเพิ่มงบประมาณให้กับพื้นที่โดยตรง
ส่วนที่สองคือการสร้างกลไกตรวจสอบภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งเสนอแนวทางปรับเงื่อนไขเรื่องอายุและจำนวนวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น จากเดิมที่จำกัดไว้เพียงสองวาระ
ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่า ยังไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วนในช่วงแรกของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้ความสำคัญกับกฎหมายและนโยบายที่ส่งผลต่อปัญหาปากท้องของประชาชนก่อน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของฝ่ายบริหาร รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยเตรียมผลักดันนโยบายเร่งด่วนภายในช่วง 3–6 เดือนแรก หนึ่งในมาตรการสำคัญคือโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกคิดค่าไฟในอัตราหน่วยละ 3 บาท ส่วนการใช้เกิน 200 หน่วยจะคิดอัตราแบบขั้นบันได ซึ่งสามารถดำเนินการได้ผ่านประกาศของกระทรวงพลังงาน
อีกเป้าหมายระยะต่อไปคือการเปิดเสรีการแข่งขันในตลาดพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการหลายราย คล้ายกับโครงสร้างธุรกิจโทรคมนาคมที่ประชาชนสามารถเลือกใช้บริการจากบริษัทที่ให้เงื่อนไขและราคาที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
