รีเซต

ข่าวดี! โลกมองหาไทย ส่งออก "AI" แกร่ง ยั่งยืนแค่ไหน ใครจะได้ประโยชน์?

ข่าวดี! โลกมองหาไทย ส่งออก "AI" แกร่ง ยั่งยืนแค่ไหน ใครจะได้ประโยชน์?
TNN ช่อง16
17 กรกฎาคม 2569 ( 08:00 )
14

เปิดเหตุผลทำไมโลกเลือกไทย? ติด TOP 4 ส่งออก "อุตสาหกรรม AI"


ข่าวดีของประเทศไทยมาอีกครั้ง! กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า ไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้


สำหรับหลายคน ข่าวนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะคำว่า AI มักถูกนึกถึง ChatGPT หุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ในมุมเศรษฐกิจ นี่คือสัญญาณสำคัญว่า ประเทศไทยกำลังถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม AI ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ และจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอีกหลายปีข้างหน้า


คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ "ไทยติดอันดับได้อย่างไร" แต่คือ เราจะต่อยอดโอกาสนี้ได้ไกลแค่ไหน


ไทยไม่ได้เริ่มจากศูนย์


หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมประเทศไทยถึงถูกจับตามอง ทั้งที่เราไม่ได้ผลิตชิป AI ระดับโลกเหมือนไต้หวัน


คำตอบคือ ไทยไม่ได้เริ่มต้นใหม่ แต่กำลังต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สะสมมานานหลายสิบปี


ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โลกเข้าสู่ยุคของ AI Investment Boom บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA, Microsoft, Amazon, Google และอีกหลายบริษัท ต่างเร่งลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI


เมื่อความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้น ประเทศที่มีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิมจึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญของนักลงทุน และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น


IMF มองว่า ไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้งฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง เครือข่ายซัพพลายเชนที่เชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออก การลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ


พูดอีกแบบก็คือ นักลงทุนไม่ได้มองว่าไทยเป็นประเทศใหม่ แต่เป็นประเทศที่มี "โครงสร้างพื้นฐานพร้อม" และสามารถขยายการลงทุนได้ทันที


เม็ดเงินลงทุนกำลังไหลเข้าไทย


หากดูข้อมูลจาก BOI จะเห็นภาพชัดขึ้น ในปีที่ผ่านมา คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 67% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1.88 ล้านล้านบาท โดยหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุดคือ ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 335,000 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568


สำนักวิจัยกสิกรไทยยังประเมินว่า กำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยเกือบ 60% ต่อปี ระหว่างปี 2569-2571 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค


การเติบโตของ AI จึงไม่ได้หมายถึงการผลิตชิปเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างความต้องการในอุตสาหกรรมอีกจำนวนมาก ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบส่งกำลัง น้ำสำหรับระบายความร้อน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไปจนถึงวิศวกร โปรแกรมเมอร์ ธุรกิจก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์


เม็ดเงินลงทุนที่เข้ามา จึงไม่ได้หมุนอยู่แค่ในภาคเทคโนโลยี แต่กระจายผลประโยชน์ไปยังภาคเศรษฐกิจอื่นด้วย




ไทยส่งออกอะไรให้โลก AI


หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า เมื่อไทยติดอันดับผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI แปลว่าเราผลิตชิป AI ระดับเดียวกับ TSMC ซึ่งยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง


สิ่งที่ไทยมีความโดดเด่นคือ การผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจร ระบบเซิร์ฟเวอร์บางประเภท และอุปกรณ์ที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบ AI


หากเปรียบ AI เป็นรถแข่ง ชิปประมวลผลอาจเป็นเครื่องยนต์ แต่สายไฟ ระบบระบายความร้อน แบตเตอรี่ แผงวงจร และโครงสร้างต่าง ๆ ก็เป็นชิ้นส่วนที่ขาดไม่ได้


ประเทศไทยกำลังมีบทบาทสำคัญในส่วนเหล่านี้ แม้อาจไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่สุดของโลก แต่ก็เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรม AI เดินหน้าต่อได้


ทำไมไทยได้อานิสงส์จากสงครามการค้า


อีกเหตุผลที่ทำให้ไทยได้รับความสนใจ คือการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก


หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน บริษัทจำนวนมากเริ่มใช้ยุทธศาสตร์ China Plus One เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตเพียงประเทศเดียว


รายงานของ UNCTAD และสำนักวิจัยหลายแห่งชี้ตรงกันว่า ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตครั้งนี้


ดังนั้น ข่าวจาก IMF จึงไม่ได้สะท้อนเพียงศักยภาพของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนว่า แผนที่อุตสาหกรรมโลกกำลังเปลี่ยน และไทยกำลังอยู่ในจุดที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้น


คนไทยได้อะไรจากกระแส AI


เมื่อมีการลงทุนมากขึ้น สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือเม็ดเงินจากต่างชาติจะช่วยกระตุ้นการก่อสร้าง การนำเข้าเครื่องจักร และการจ้างงาน


ในด้านการส่งออก สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่ความต้องการยังเติบโต แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว


ขณะเดียวกัน ความต้องการแรงงานทักษะสูงก็จะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรไฟฟ้า วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล โปรแกรมเมอร์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ซึ่งมีแนวโน้มได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้น


หากไทยบริหารโอกาสนี้ได้ดี ประเทศอาจไม่ได้เพียงเม็ดเงินลงทุน แต่ยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม


โอกาสครั้งใหญ่...แต่ยังไม่ใช่เส้นชัย


รัฐบาลประกาศชัดว่า AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง คือหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ


เป้าหมายคือผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบพลังงาน การพัฒนาบุคลากร การวิจัย และการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุน


ทั้งหมดนี้เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการประเมินของ IMF ว่า ไทยกำลังอยู่ในตำแหน่งที่ดีของห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI


แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งทำ ทั้งการผลิตบุคลากรที่มีทักษะสูง การยกระดับงานวิจัย การสร้างนวัตกรรมของคนไทยเอง รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการผลิตเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าเดิม



สิ่งที่สำคัญกว่าอันดับ คือการขยับขึ้นไปอีกขั้น


หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกวิจารณ์ว่าเศรษฐกิจเติบโตช้า พึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป และกำลังเผชิญปัญหาสังคมสูงวัย


แต่วันนี้กำลังมีสัญญาณใหม่เกิดขึ้น ไทยไม่ได้เป็นเพียงประเทศผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป แต่เริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ของโลก


อย่างไรก็ตาม การติดอันดับผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ไม่ได้การันตีว่าไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุด


หากเราสามารถต่อยอดจากฐานการผลิต ไปสู่การสร้างเทคโนโลยี การออกแบบ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมของตัวเอง AI อาจกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ช่วยยกระดับรายได้ของประเทศในระยะยาว


แต่ถ้าไทยยังหยุดอยู่แค่การเป็นฐานประกอบ ใช้แรงงานต้นทุนต่ำ ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก และพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่ก็อาจไหลกลับไปยังประเทศเจ้าของเทคโนโลยีเหมือนที่ผ่านมา


ไทยกับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด


ข่าวดีจาก IMF คือสัญญาณว่าไทยออกสตาร์ตได้ดี แต่เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ความสำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคหรือจังหวะของโลกเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่การลงทุนในคน งานวิจัย และนวัตกรรมของประเทศเอง 


เพราะสุดท้ายแล้ว AI จะเป็นเพียงข่าวดีชั่วคราว หรือจะกลายเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราตั้งแต่วันนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง