ถอดบทสัมภาษณ์ "สีหศักดิ์" หารือทวิภาคี "ปรัก สุคน" ย้ำยกเลิก MOU44 ไม่ใช่ยกเลิกเจรจา

วันนี้ (27 เมษายน) “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเด็นการหารือทวิภาคีกับ “นายปรัก สุคน” รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน - สหภาพยุโรป ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสพูดคุยในเรื่องความสัมพันธ์กับทางฝั่งรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา รวมไปถึงการก้าวข้ามความขัดแย้งในปัจจุบัน ซึ่งไทยยังต้องการเห็นการหยุดยิงที่มีความยั่งยืนและหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถเดินหน้าในการฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า ฝั่งกัมพูชาแสดงความต้องการที่จะให้มีการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ฝ่ายไทยจึงได้ชี้แจงว่าในประเด็นนี้ “จะต้องมีการเตรียมการ” ซึ่งไทยย้ำจุดยืนว่า ควรจะต้องมีการเตรียมการสำหรับการประชุม JBC อย่างเป็นทางการก่อน อีกทั้งสิ่งที่ฝ่ายไทยต้องการเห็นคือ “การสร้างบรรยากาศที่ดี” ซึ่งหมายถึงความร่วมมือชายแดนที่มากขึ้นที่จะนำไปสู่การสร้างบรรยากาศที่ดีในความสัมพันธ์ต่อไป รวมไปถึงไทยมองว่าควรมีมาตรการที่จะส่งเสริม “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ระหว่างกันที่จะทำให้การประชุมต่าง ๆ ระหว่างสองฝ่ายโดยเฉพาะการประชุม JBC เกิดความคืบหน้าได้ ดังนั้นแล้วในขั้นนี้ไทยต้องการเน้นย้ำให้เกิดการเตรียมการที่ดีเสียก่อน
ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยยืนยันว่าต้องมีความพยายามมากขึ้นที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน อาทิ การหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัน และอีกหนึ่งประเด็นที่ฝ่ายไทยกังวล คือเรื่องการแถลงถ้อยแถลงต่าง ๆ ของฝ่ายกัมพูชาบนเวทีระหว่างประเทศ ที่สวนทางกับเจตนารมณ์และความพยายามที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้นแล้วการหยุดยิงในพื้นที่ชายแดนควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการหยุดถ้อยแถลงของฝ่ายกัมพูชาที่ไม่ได้สร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์
นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญระหว่างการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา คือฝ่ายไทยได้แจ้งต่อกัมพูชาถึงการดำเนินการที่จะ “ยกเลิก” MOU44 โดยฝ่ายไทยจะมีการส่งหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการให้กับฝ่ายกัมพูชา หลังจากมีมติจากการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
ซึ่งในประเด็นนี้ นายสีหศักดิ์ ได้ใช้โอกาสสื่อสารไปถึงชาวไทยเพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องมีการยกเลิก MOU44 ที่มีการใช้งานมานานกว่า 20 ปี นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าความร่วมมือดังกล่าว (MOU44) แม้จะใช้งานมานานแต่ไม่มีความคืบหน้า จึงอาจถึงเวลาที่ต้องหาแนวทางใหม่หรือกรอบความร่วมมือใหม่ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)
อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ ย้ำด้วยว่า การยกเลิก MOU44 “ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกเจรจา” ไทยยังมุ่งที่จะเจรจาโดยใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลได้ เพื่อบริหารจัดการเขตแดนทางทะเลให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งหากสามารถดำเนินการในส่วนนี้ได้ จนถึงที่สุดแล้วก็จะเกิดความชัดเจนว่าจุดทับซ้อนนั้นคือบริเวณใดและจะทำให้การเจรจาเขตทับซ้อนในอนาคตง่ายยิ่งขึ้นด้วย นายสีหศักดิ์ ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า การยกเลิก MOU44 “ไม่ได้กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย” และไทยยังมุ่งหากรอบในการเจรจาที่รักษาผลประโยชน์ของชาติให้มากที่สุดเช่นเดิม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
