‘ไทยออยล์’ คาดราคาน้ำมันดิบ ปัจจัยสำคัญส่งผลกระทบสัปดาห์นี้

#ทันหุ้น - ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 65-75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (6 – 12 ก.พ. 69)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวนเนื่องจากตลาดจับตาการประชุมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 6 ม.ค. 69
ที่ประเทศโอมาน โดยสหรัฐฯ ต้องการเจรจาเพื่อยุติโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านต้องการพูดคุยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด หลังจากสหรัฐฯ ยิงโดรนอิหร่านตกเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา รวมถึงคำเตือนของผู้นำสหรัฐฯ หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อย่างไรก็ดี การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน เมื่อวันที่ 4-5 ก.พ. 69 โดยมีสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นคนกลางได้มีสัญญาณเชิงบวกเนื่องจากทูตพิเศษของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การประชุมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงและยั่งยืน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินการผลิตของแหล่งน้ำมันเทงกิซในคาซัคสถาน รวมถึงการส่งออกน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาที่ปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
- ตลาดจับตาการประชุมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 6 ม.ค. 69 ที่ประเทศโอมาน โดยการประชุมดังกล่าวสหรัฐฯ ต้องการเจรจาเพื่อยุติโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านต้องการเจรจาในประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น ทั้งนี้ก่อนหน้าการประชุม กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการยิงโดรนของอิหร่าน หลังจากโดรนดังกล่าวบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่จอดอยู่ในบริเวณน่านน้ำทะเลอาหรับ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนว่า หากการเจรจาดังกล่าวไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงตามมา ส่งผลให้ตลาดกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านและตะวันออกกลางอาจหยุดชะงัก
- การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 ก.พ. 69 ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นคนกลางส่งสัญญาณเชิงบวก หลังนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าวเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน ผู้นำยูเครนได้เผยว่า ยูเครนสนับสนุนกรอบการทูตทุกรูปแบบที่สามารถนำพาสันติภาพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน พร้อมทั้งย้ำว่ายูเครนจำเป็นต้องได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่งเพื่อให้แน่ใจว่ารัสเซียจะไม่กลับมาโจมตีอีก ทั้งนี้ จากการประชุมดังกล่าวทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนเชลยศึกฝ่ายละ 157 คน รวมทั้งสิ้น 314 คน ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน พร้อมกันนี้ ยังตกลงที่จะกลับมาเจรจาเพิ่มเติมอีกครั้งในเร็วๆ นี้
- ตลาดคาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบจากคาซัคสถานมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันดิบเทงกิซ โดยในช่วงต้นเดือน ก.พ. 69 ปริมาณการผลิตฟื้นตัวขึ้นเกือบแตะระดับ 20% ของกำลังการผลิต หลังต้องหยุดการผลิตชั่วคราวจากเหตุเพลิงไหม้ในช่วงกลาง ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าคาซัคสถานจะยังคงเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้อุปทานออกมามากขึ้น
- ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ม.ค. 69 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ธ.ค. 68 โดยส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นราว 0.28 ล้านบาร์เรลต่อวัน จาก 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ธ.ค. 68 ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมน้ำมันและเปิดทางให้ผู้ค้าสามารถกลับมาดำเนินการส่งออกได้มากขึ้น หลังก่อนหน้านี้ในช่วงเดือน ธ.ค. 68 สหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการกดดันรัฐบาลเวเนซุเอลาด้วยการปิดล้อมน่านน้ำและยึดเรือบรรทุกน้ำมันเวเนซุเอลาจำนวน 7 ลำ ส่งผลให้น้ำมันดิบมากกว่า 40 ล้านบาร์เรล ถูกสะสมอยู่ทั้งบนบกและบนเรือและบีบให้การผลิตและการส่งออกชะลอตัวลง
- ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนียอดขายปลีก เดือน ธ.ค. 68 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ม.ค. 69 และดัชนีผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ม.ค. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ม.ค. 69 และดัชนีผู้ผลิต (PPI) เดือน ม.ค. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ดัชนีจีดี (GDP) ไตรมาส 4 และดุลการค้า เดือน ธ.ค. 68
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ม.ค. – 5 ก.พ. 69)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 1.25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 63.80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 68.27 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการบรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย โดยจะลดภาษีการนำเข้าสินค้าจากอินเดียลงจาก 50% เหลือ 18% เพื่อแลกกับการที่อินเดียยอมลดกำแพงการค้าลงพร้อมทั้งยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อินเดียจะกลับมาซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ และอาจรวมไปถึงน้ำมันดิบเวเนซุเอล่าด้วย ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจอาจปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าต่อบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง ด้วยการอายัดทรัพย์สิน การห้ามเดินทางเข้าสู่ยุโรปและการห้ามจัดสรรเงินทุนหรือทรัพยากรทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ที่ถูกขึ้นบัญชี นอกจากนี้ ยุโรปยังขึ้นบัญชีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เป็นองค์กรก่อการร้าย ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ทยอยกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง หลังก่อนหน้าต้องประสบกับพายุฤดูหนาวและสภาพอากาศที่หนาวจัดรุนแรงจนจำเป็นต้องหยุดดำเนินการผลิตน้ำมันดิบชั่วคราว โดยจากรายงานล่าสุดระบุว่า มีเพียงประมาณ 0.7% ของกำลังการผลิตเท่านั้นที่ยังคงหยุดดำเนินการผลิตชั่วคราวอยู่ ขณะเดียวกัน กลุ่มโอเปกพลัสตัดสินใจที่จะคงนโยบายการชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน มี.ค. 69 แม้ราคาน้ำมันดิบในช่วงที่ผ่านมาจะปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงที่สุดในรอบ 4 เดือน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
