ไทยตื่นตัว AI Agents พนักงาน 75% ใช้งานแล้ว เตือนบริษัทไม่ลงทุน อาจเสี่ยง Shadow AI

Salesforce (NYSE: CRM) ผู้นำด้าน AI CRM ระดับโลก เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดที่ชี้ว่า การใช้ AI ในชีวิตประจำวันของพนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลัก ไม่ใช่นโยบายจากองค์กร เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจในการใช้ AI ในที่ทำงาน โดย 67% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า การใช้ AI ในชีวิตส่วนตัวช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้เครื่องมือ AI เพื่อการทำงานมากขึ้น ท่ามกลางการใช้งาน AI ส่วนบุคคลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรในประเทศไทยควรเร่งขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ในระดับองค์กร พร้อมสร้างมูลค่าทางธุรกิจผ่านการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความเข้าใจด้าน AI อย่างแท้จริง
เมื่อความไว้วางใจใน AI เพิ่มสูงขึ้น พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้ในประเทศไทยถึง 67% ระบุว่าการใช้ AI ในชีวิตประจำวันช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการนำเครื่องมือ AI มาใช้ในที่ทำงานมากยิ่งขึ้น
การสำรวจโดย YouGov ที่ Salesforce ได้จัดทำขึ้น ครอบคลุมพนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลัก จำนวน 4,062 คนทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจากประเทศไทยจำนวน 1,002 คน การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติและมุมมองของพนักงานที่มีต่อเทคโนโลยี AI และ Agentic AI
ช่องว่างด้านทักษะและความรู้ เป็นความเสี่ยงต่อการสร้างมูลค่าให้กับองค์กร
พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักเกือบทั้งหมดในประเทศไทย (95%) คาดว่าจะนำ AI และ AI Agents มาใช้ในการทำงาน และคาดว่างานของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่ง มีเพียง 5%ของพนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยเท่านั้นที่คาดว่าจะไม่ใช้ AI Agents เลย ในขณะที่ 75% เคยมีปฏิสัมพันธ์หรือกำลังใช้งาน Agentic AI อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเปิดกว้างอย่างชัดเจนในการนำ Agentic AI มาใช้ แต่ก็มีช่องว่างด้านทักษะและความรู้ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจในการใช้ประโยชน์จาก Agentic AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ
พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยถึง 39% ต้องการความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในยุค AI ในขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังคงได้รับการฝึกอบรมด้าน Agentic AI อย่างจำกัด
- พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยเพียง 30% เท่านั้นที่ระบุว่าบริษัทของตนมีการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้งาน AI Agents
- พนักงานเพียง 26% ระบุว่าบริษัทมีการลงทุนในเครื่องมือและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับ AI Agents ระหว่างพนักงาน
- พนักงานเพียง 25% ระบุว่าองค์กรส่งเสริมให้ผู้จัดการและผู้บริหารแบ่งปันแนวทางการใช้งาน AI Agents เพื่อเป็นแบบอย่าง
บริษัทที่ไม่จัดหาโซลูชัน AI ระดับองค์กรให้กับพนักงาน อาจเผชิญความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของ Shadow AI ซึ่งหมายถึงการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุมัติและอยู่นอกเหนือการควบคุมขององค์กร การขาดการกำกับดูแลนี้ก่อให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ นอกจากนี้ ช่องว่างด้านทักษะยังทำให้ปัญหารุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากพนักงานที่ขาดการฝึกอบรมอย่างเพียงพออาจใช้ AI โดยไม่มีความเชี่ยวชาญในการเขียนคำสั่ง (prompt engineering) และการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจและก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ
คุณอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ ผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการ Salesforce ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผลสำรวจของเราพบว่า พนักงานไทยมีความไว้วางใจใน AI เพิ่มมากขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความสนใจและความอยากเรียนรู้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างแรงส่งทางธุรกิจด้วย AI ได้ องค์กรจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาทักษะที่เหมาะสม วางระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และจัดหาเครื่องมือระดับองค์กรที่พร้อมรองรับการเติบโตของยุค Agentic Enterprise ในประเทศไทย”
พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยพร้อมทำงานร่วมกับ AI ตราบใดที่มีความโปร่งใสและสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่มีคุณภาพได้
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อการทำงานในอนาคต พนักงาน 24% ระบุว่าคาดว่าจะนำ AI Agents มาใช้เพื่อทำงานบางส่วนแบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพงานอื่น ๆ ในขณะที่ 32% มีความเชื่อว่าทักษะการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต
เมื่อการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น พนักงานในตำแหน่งงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยต้องการความชัดเจน กรอบการทำงานที่มั่นคง และเครื่องมือคุณภาพสูง เพื่อให้รู้สึกมั่นใจในการใช้งาน AI agents สามปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พนักงานสายงานความรู้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการใช้ AI agents ในที่ทำงาน ได้แก่:
- ความโปร่งใสและการควบคุมในระดับสูง สามารถตรวจสอบได้ว่า AI Agent ดำเนินการอะไรและด้วยเหตุใด (41%)
ไฮไลท์สำคัญจากผลการสำรวจ
- การใช้ AI แพร่หลายในทุกช่วงวัย แม้ว่า GenZ จะเป็นกลุ่มที่ใช้งานมากที่สุด แต่ Millennials และ GenX ก็มีการใช้งานในระดับใกล้เคียงกัน
- จากการสำรวจพนักงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทย พบว่า Gen Z ใช้ AI ในการทำงานเป็นประจำทุกวัน (49%) สูงกว่า Millennials (37%) และ Gen X (39%)
- อย่างไรก็ดี Gen X (39%) มีแนวโน้มมองว่า AI Agents เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถทำงานนอกเหนือจากความเชี่ยวชาญของตนได้ มากกว่า Millennials (33%) และ Gen Z (36%)
- พนักงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยได้มีปฏิสัมพันธ์หรือกำลังใช้ AI Agents ในการทำงาน และคาดหวังถึงประโยชน์สำคัญจากการใช้งาน
- 75% ของพนักงานที่ใช้ความรู้เป็นหลักในประเทศไทยได้มีปฏิสัมพันธ์หรือกำลังใช้ Agentic AI ในการทำงาน และส่วนใหญ่ (82%) เชื่อว่างานของตนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อยในระดับปานกลาง เมื่อมีการแบ่งงานร่วมกับ AI Agents
- 40% คาดว่า AI จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ ขณะที่ 33% คาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพของงาน
- 44% คาดว่าจะใช้ AI Agents เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกเหนือจากการทำงานอัตโนมัติในขั้นพื้นฐาน (20%)
- สามวิธีหลักที่ AI Agents กำลังช่วยเสริมศักยภาพผู้ทำงานในประเทศไทยในปัจจุบัน
- ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ลดความจำเป็นในการค้นคว้าเชิงลึก (44%)
- ช่วยในการเขียนและการสื่อสาร ประหยัดเวลาและความพยายาม (44%)
- ทำให้สามารถทำงานนอกเหนือจากความเชี่ยวชาญของตน ลดการพึ่งพาเพื่อนร่วมงาน (36%)
- สามทักษะสำคัญที่ผู้ทำงานในประเทศไทยเชื่อว่าจะมีความสำคัญสูงสุดในยุค Agentic Enterprise
- การวิเคราะห์และตีความข้อมูล (41%)
- ความรู้ด้าน AI (35%)
- การคิดเชิงสร้างสรรค์ (35%)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
