รีเซต

ประเทศอื่น "เลือกตั้ง" อย่างไร ไม่ให้เกิด "บัตรเสีย" จำนวนมาก

ประเทศอื่น "เลือกตั้ง" อย่างไร ไม่ให้เกิด "บัตรเสีย" จำนวนมาก
TNN ช่อง16
11 กุมภาพันธ์ 2569 ( 16:58 )
12

ในการเลือกตั้งปี 2569 ของไทย มีบัตรเสียเกิดขึ้นนับล้านใบ จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การกากบาทเกินกรอบที่กำหนด การย้ำเส้นเดิม หรือลายมือยึกยือ ไม่เป็นเส้นตรง ซึ่งจริง ๆ ตามกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ก็จะถือว่าเป็นบัตรดี เพราะแค่เกิดจุดตัดจุดเดียว ก็ถือเป็นบัตรดีแล้ว แต่ในบางคูหา บางกรณี เจ้าหน้าที่ก็วินิจฉัยบัตรดี บัตรเสีย แตกต่างกันไปตามดุลยพินิจของแต่ละคน นั่นทำให้เกิดบัตรเสียปริมาณมากขนาดนี้ แล้วประเทศอื่น ๆ เขาเลือกตั้งกันอย่างไร ต้องพกปากกาไปเอง เพราะกลัวปากกาที่หน่วยเลือกตั้งไม่ติด หรือต้องตั้งใจขีดเป็นสัญลักษณ์กากบาทอย่างตั้งใจ เพราะกลัวถูกตีเป็นบัตรเสียไหม


สิงคโปร์


ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้ง ที่ระบุชื่อ ที่อยู่ สถานที่ตั้งคูหาและเวลาทำการ พร้อมคิวอาร์โค้ดเช็กสถานะคิวลงคะแนน ส่งตรงถึงบ้าน และในวันเลือกตั้งต้องนำบัตรดังกล่าว หรือบัตรในรูปแบบ e-card ในมือถือก็ได้ พร้อมกับบัตรประชาชน ไปยังคูหาเลือกตั้ง เพื่อลงทะเบียนรับบัตรลงคะแนน และลงคะแนนด้วยการประทับตราสัญลักษณ์กากบาท เป็นการเลือกผู้สมัครที่ตนเองชื่นชอบ ก่อนจะพับกระดาษครึ่งหนึ่ง และนำไปใส่ในกล่องลงคะแนน ถือเป็นอันเสร็จสิ้น

นอกจากนี้สิงคโปร์ยังให้ความสำคัญกับคนชราและผู้พิการ โดยในคูหาเลือกตั้งจะมีทางสำหรับวีลแชร์ และมีโต๊ะสำหรับผู้ใช้วีลแชร์โดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกตั้งตามสิทธิของตนเองได้

เกาหลีใต้


สำหรับการเลือกตั้งที่เกาหลีใต้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้บัตรประชาชนในการยืนยันตัวตนเหมือนหลาย ๆ ที่ ส่วนการลงคะแนนใช้การประทับตราสัญลักษณ์การเลือกตั้งลงไป เพื่อให้ง่ายต่อการลงคะแนน ก่อนจะนำไปใส่กล่องลงคะแนน เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะเทบัตรเลือกตั้งในกล่องออกมา และนำไปคัดแยกด้วยเครื่อง ว่าบัตรใดเลือกผู้สมัครคนไหน โดยกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นในที่โล่ง สว่าง และมีผู้สังเกตการณ์ร่วมด้วย สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพวกเขาก็รู้ล่วงหน้าว่าจะได้ประจำที่หน่วยไหนเพียงไม่กี่วัน และจะไม่ปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาของตน กระบวนการต่าง ๆ ของเกาหลีใต้ ทำเพื่อป้องกันการทุจริต และสร้างความโปร่งใสมากที่สุด

ญี่ปุ่น


เราจะสังเกตได้ว่า ป้ายหาเสียงของญี่ปุ่นมีขนาดเล็ก แปะรวมกันในจุดที่กำหนด และไม่มีตัวเลขเหมือนกับของไทย เพราะว่าญี่ปุ่นเลือกผู้สมัครด้วยการเขียนชื่อผู้สมัครลงไป และแม้จะสะกดผิดเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร ขอเพียงสามารถระบุได้ว่าคือผู้สมัครคนใด และหากชื่อของผู้สมัครซ้ำกัน ก็สามารถเขียนรายละเอียดอื่นต่อท้ายเพื่อเป็นการระบุตัวตนผู้สมัครได้ แม้จะเป็นวิธีที่ใช้เวลานาน และไม่สะดวกนัก แต่ก็ไม่ต้องจำตัวเลข และเลือกบุคคลที่ชื่นชอบได้ถูกคนแน่นอน


สหรัฐฯ


ที่สหรัฐอเมริกา แต่ละรัฐจัดการเลือกตั้งกันเอง นั่นทำให้สหรัฐฯ มีวิธีการเลือกตั้งหลายรูปแบบ วิธีที่ 1 คือ ใช้กระดาษฝนเลือกผู้สมัครและใช้เครื่องตรวจว่าเลือกผู้สมัครคนใด ซึ่งวิธีนี้ได้รับความนิยมในการเลือกตั้งปี 2024 เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนของทรัมป์กลัวว่าจะมีการโกง จึงเลือกวิธีนี้เพื่อป้องกันการโกง ต่อมาวิธีที่ 2 คือ เครื่องลงคะแนน หรือ Ballot Marking Devices เป็นการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถพิมพ์ใบผลลัพธ์การเลือกออกมาได้ และวิธีที่ 3 ได้แก่ ระบบลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง หรือ Direct Recording Electronic

เอสโตเนีย


เอสโตเนียใช้ระบบการลงคะแนนออนไลน์ ตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เอสโตเนียจะรวบรวมบัตรลงคะแนนทางออนไลน์โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการระบุตัวตน เพราะบัตรเหล่านี้มีชิปและรหัส PIN เฉพาะตัว ซึ่งใช้ในการชำระภาษีและค่าโดยสารรถประจำทางอยู่แล้ว


แต่การเลือกแบบนี้ก็มีข้อจำกัด เพราะบางทีกลุ่มผู้สูงอายุอาจไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี และอาจเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต 


การลงคะแนนเสียงออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในเอสโตเนียอย่างไม่ต้องสงสัย ในปี 2005 มีเพียง 2% เท่านั้นที่ใช้การลงคะแนนเสียงออนไลน์ แต่ในปี 2015 มีผู้ลงคะแนนเสียงออนไลน์มากกว่า 30% ของประเทศ


บราซิล


ในปี 2000 บราซิลเป็นประเทศแรกที่จัดการเลือกตั้งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างสมบูรณ์ โดยออกแบบเครื่องลงคะแนนใหม่ให้ใช้งานง่ายเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ ทำให้ชาวบราซิลส่วนใหญ่ยอมรับระบบอิเล็กทรอนิกส์


แม้ว่าระบบใหม่ของบราซิลจะได้รับการยกย่องว่าประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากนัก ในปี 1998 จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์อยู่ที่ 78.5% และในปี 2014 อยู่ที่ 78.9%


ระบบใหม่นี้ลดจำนวนบัตรเสียได้ถึงสองในสาม และการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้การนับคะแนนเสร็จเร็วขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง