รีเซต

"เควิน วอร์ช" คือ ใคร? ทำไมนักลงทุนต้องกลัว ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ที่ "ทรัมป์" การันตี

"เควิน วอร์ช" คือ ใคร? ทำไมนักลงทุนต้องกลัว ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ที่ "ทรัมป์" การันตี
TNN ช่อง16
6 กุมภาพันธ์ 2569 ( 08:00 )

"เควิน วอร์ช" คือ ใคร? ทำไมนักลงทุนต้องกลัว ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ "ทรัมป์" เลือกเองกับมือ"ทรัมป์" จ่อเขย่าการเงินโลก


"เควิน วอร์ช" (Kevin Warsh) ว่าที่ประธานเฟด ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เลือกมาเองกับมือ ที่จะมาทำหน้าที่ต่อจากเจอโรม พาวเวล ที่กำลังจะหมดวาระลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งมาของวอร์ช คนนี้เรียกว่าสะเทือนโลก เพราะหลังจากตลาดรับรู้ข่าวก็เกิดความปั่นป่วนผันผวนไปทุกสินทรัพย์ ทำไมการมาของคนๆนี้ ถึงทำให้นักลงทุนหวั่นใจ วันนี้เรามาทำความรู้จักกัน 


เคาะแล้ว ประธานเฟดคนใหม่ หรือประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือประธานเฟด ที่จะมาแทนที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานคนปัจจุบันที่กำลังจะหมดวาระลงแล้วในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ 


ซึ่งก่อนหน้านี้ เจอโรม พาวเวล ได้ถูกกดดันอย่างหนักจากผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากการที่เขาดื้อ ไม่ฟังคำขอของทรัมป์ ไม่ยอมลดดอกเบี้ยนโยบายลง และทำให้ทรัมป์ไม่พอใจอย่างหนัก ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิเขาอย่างรุนแรงหลายครั้งหลายครา ผ่านทางทรูธโซเชียล หรือแม้กระทั่งล่าสุด คือ การที่หน่วยงานของรัฐบาล คือ กระทรวงยุติธรรม ได้สั่งสอบสวนทางอาญา กับพาวเวล กรณีใช้งบประมาณปรับปรุงอาคารของเฟด ที่ถูกมองว่าเป็นความตั้งใจบีบพาวเวลจากทรัมป์หรือไม่ อย่างไร 


อย่างไรก็ตาม ตำนานศึกระหว่างพาวเวลและทรัมป์ กำลังจะจบลงแล้ว เพราะ เจอโรม พาวเวล จะหมดวาระลงแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และยุคต่อไปของเฟด คือ สิ่งที่ผู้คนกำลังตั้งคำถามว่าจะไปไหนทิศทางไหน และทรัมป์จะปั้นใครมานั่งเก้าอี้นี้ และล่าสุดผลก็ออกมาแล้ว เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาได้เลือกเควิน วอร์ช  เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเฟดคนใหม่  โดยทรัมป์กล่าวยกย่องวอร์ช ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบทบาทดังกล่าว และคาดว่าเขาจะเป็น “หนึ่งในประธาน Fed ที่ยิ่งใหญ่” ทรัมป์ระบุว่าตนเองรู้จักเควินมานานแล้ว เขา คือ คนที่มีบุคลิกเหมาะสมกับตำแหน่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ และเขาจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง  


สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การตัดสินใจของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือก เควิน วอร์ช เป็นว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ กำลังทำให้ตลาดการเงินโลกเปลี่ยนประเด็นจับตา จากคำถามเรื่อง “ดอกเบี้ยจะลดเร็วแค่ไหน” ไปสู่ประเด็นที่ลึกกว่าและกระทบวงกว้างกว่า คือ “บทบาทของเฟดในตลาดการเงิน” และ “ขนาดงบดุลมหาศาลของเฟด”


สาเหตุสำคัญมาจากจุดยืนของวอร์ช ซึ่งในอดีตเคยเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เคยออกโรงวิพากษ์วิจารณ์เฟดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปล่อยให้งบดุลของธนาคารกลางขยายตัวจนมีมูลค่าสูงถึงราว 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ จากการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้จำนวนมากในช่วงหลังวิกฤตการเงินโลกและโควิด-19


วอร์ชเชื่อว่านโยบายดังกล่าวทำให้อัตราดอกเบี้ยถูกกดต่ำเกินความเป็นจริงเป็นเวลานาน และส่งเสริมการรับความเสี่ยงในตลาดการเงิน และเปิดทางให้ภาครัฐก่อหนี้เพิ่มขึ้น จนตลาดและเศรษฐกิจพึ่งพาธนาคารกลางมากเกินไป ด้วยเหตุนี้นี่เอง ตลาดจึงได้เริ่มคาดการณ์ว่า หากวอร์ชขึ้นเป็นประธานเฟด เขาอาจจะเร่งลดขนาดงบดุลของเฟดอย่างจริงจัง หรือที่เรียกว่า balance sheet runoff ซึ่งหมายถึงการลดบทบาทของเฟดในฐานะผู้ซื้อพันธบัตรรายใหญ่


ดังนั้นข่าวการมาของวอร์ช จึงส่งผลที่หลากหลายกับตลาด เริ่มจากความร้อนแรงของตลาดการเงิน  สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับสูงขึ้น ซึ่งสัญญาณเหล่านี้สะท้อนถึงความคาดหวังต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่อาจเปลี่ยนไปจากช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะเมื่อมีมุมมองว่าการเข้ามาของวอร์ชคนนี้ อาจทำให้เฟด มีแนวโน้มที่จะชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย ออกไป หรือให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อและเสถียรภาพระบบการเงินมากขึ้นกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเชิงผ่อนคลาย 


ขณะที่ สินทรัพย์ปลอดภัย อย่างทองคำ และโลหะมีค่า ปรากฎว่าเจอแรงเทขายอย่างหนัก ราคาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง หลังรับรู้ข่าว โดยราคาทองคำถูกบันทึกว่าลดลงมากกว่า 15% จากระดับสูงสุดก่อนหน้า ส่วนเงินหรือซิลเวอรื และโลหะพื้นฐานอื่น ๆ ก็ถูกเทขายอย่างหนัก ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดแค่ในตลาดสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงตลาดยุโรป เอเชีย และลาตินอเมริกา และทำให้เราได้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งประธาน Fed ของสหรัฐฯ แค่คนเดียว กลับมีผลกระทบต่อมุมมองความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลกได้ 



เควิน วอร์ช ชื่อนี้เป็นความหวังของทรัมป์และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ทั่วโลก คงต้องจับตานโยบายการเงินที่จะเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ถ้าหากเค้าได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว  


ในอดีตเควิน วอร์ช เคยถูกมองว่าเป็นคนที่มีแนวคิดเชิง “hawkish” หรือสายเหยี่ยว หรือการให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงหลังวิกฤตการณ์ปี 2551 ถึงแม้ในปัจจุบันเขาแสดงความยืดหยุ่นมากขึ้นเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ย แต่ความคิดเชิงโครงสร้างของเขายังสะท้อนถึงการเน้นเสถียรภาพทางการเงินที่เข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ศูนย์กลางการเงินทั่วโลกจะต้องเผชิญในช่วงต่อจากนี้ 


Kevin Maxwell Warsh เกิดที่เมืองอัลบานี รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้รับการศึกษาในสาขานโยบายสาธารณะจาก Stanford University ก่อนจะศึกษาต่อในสาขากฎหมายที่ Harvard Law School และหลักสูตรเพิ่มเติมด้านเศรษฐศาสตร์และตลาดการเงินที่ MIT Sloan School of Management และ Harvard Business School 


วอร์ชเริ่มเข้ามาทำงานในระบบการเงินตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 โดยได้ทำงานในวงการวาณิชธนกิจ และต่อมามีบทบาทสำคัญในคณะผู้บริหารด้านนโยบายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ก่อนจะได้รับการเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ ในปี 2549 เมื่ออายุเพียง 35 ปี ซึ่งทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ว่าการ Fed ที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา


ระหว่างการดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการ Fed วอร์ชมีบทบาทสำคัญทั้งในช่วงก่อนและระหว่างวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกปี 2551 โดยเขาทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างธนาคารกลางกับผู้นำตลาดการเงินในวอลล์สตรีท หลังจากออกจากตำแหน่งในปี 2554 วอร์ชได้ทำงานในภาคเอกชน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ 


ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยพิจารณาที่จะแต่งตั้งวอร์ชเป็นประธานเฟดมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงเวลาสมัยแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2560 แต่ท้ายที่สุดเขากลับตัดสินใจหันไปเลือกแต่งตั้งพาวเวลแทน โดยทรัมป์ได้กล่าวถึงพาวเวลในเวลานั้นว่า เป็น "ผู้สร้างฉันทามติ" และ "เข้าใจในสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจของเราเติบโต" แต่สุดท้ายดูเหมือนว่าในช่วงปีที่ผ่านมา พาวเวล กลับทำงานไม่ได้ดั่งใจเขานัก 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง