รีเซต

เยอรมนีสะดุดเป้าลดโลกร้อน ปี 68 ลดก๊าซเรือนกระจกได้แค่ 0.1%

เยอรมนีสะดุดเป้าลดโลกร้อน  ปี 68 ลดก๊าซเรือนกระจกได้แค่ 0.1%
TNN ช่อง16
16 มีนาคม 2569 ( 11:30 )

เยอรมนีไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกฎหมายคุ้มครองสภาพภูมิอากาศ หลังข้อมูลล่าสุดระบุว่าในปี 2025 การปล่อยก๊าซลดลงเพียง 0.1% จากปีก่อนหน้าเท่านั้น

สำนักงานสิ่งแวดล้อมของเยอรมนีรายงานว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 649 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์จากสถาบันพลังงาน Agora Energiewende เคยคาดการณ์ว่าจะลดลงราว 1.5% เมื่อเทียบรายปี โดยในปี 2024 เยอรมนีเคยลดการปล่อยก๊าซได้มากกว่านี้ที่ 3.4%

นายคาร์สเทน ชไนเดอร์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของเยอรมนี กล่าวในการประชุมที่กรุงเบอร์ลินว่า แม้การยอมรับรถยนต์ไฟฟ้าและเครื่องทำความร้อนแบบฮีตปั๊มจะเพิ่มขึ้น แต่ความคืบหน้าโดยรวมยัง “ช้าเกินไป” พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนเร่งเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ทั้งเพื่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เขาระบุว่า การใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นจะช่วยให้เยอรมนีพึ่งพาน้ำมันและก๊าซน้อยลง และทำให้ระบบพลังงานมีความมั่นคงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐมนตรีและสำนักงานสิ่งแวดล้อมยังคงเชื่อว่าเยอรมนีมีโอกาสบรรลุเป้าหมายปี 2030 ที่ตั้งไว้ให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 65% เมื่อเทียบกับระดับในปี 1990 โดยชไนเดอร์กล่าวว่าเทคโนโลยีด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและฮีตปั๊ม กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น รวมถึงจำนวนโครงการพลังงานลมที่ได้รับอนุมัติใหม่ก็เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ตาม หากเยอรมนีต้องการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว การปล่อยก๊าซจะต้องลดลงเฉลี่ยปีละประมาณ 42 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ซึ่งมากกว่าการลดลงในปีที่ผ่านมาเกินกว่า 40 เท่าข้อมูลยังระบุว่า ในปี 2025 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเยอรมนีลดลงแล้วประมาณ 48% เมื่อเทียบกับปีฐาน 1990

ชไนเดอร์ระบุเพิ่มเติมว่า ภาคการขนส่งและภาคอาคารเป็น 2 ภาคส่วนที่ต้องเร่งลดการปล่อยก๊าซอย่างเร่งด่วน หลังจากการปล่อยก๊าซในสองภาคนี้เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องซื้อโควตาการปล่อยก๊าซจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่น ๆ หรือการถูกปรับ

ทั้งนี้ แนวทางด้านสภาพภูมิอากาศของเยอรมนี ซึ่งเคยเป็นนโยบายสำคัญในสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ อาจเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้นภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ที่เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 โดยรัฐบาลชุดใหม่มีท่าทีสนับสนุนการผ่อนคลายมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

เยอรมนีถือเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตสำคัญของโลก โดยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง