หุ้น SpaceX วิ่งต่อไม่หยุด หลัง IPO ประวัติศาสตร์ดันมูลค่าทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์

หุ้นสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq เป็นวันแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดวอลล์สตรีท โดยก่อนหน้านี้ หุ้นสเปซเอ็กซ์ปิดพุ่ง 19.22% ในวันแรกของการซื้อขาย (12 มิ.ย.) แตะ 160.95 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้สเปซเอ็กซ์ขึ้นเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 6 ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกันแล้วปัจจุบันบริษัทก็ยังสร้างรายได้ได้น้อยกว่าบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าใกล้เคียงกันอย่างบรอดคอม (Broadcom) และอะเมซอน (Amazon) อยู่มากพอสมควร แม้บริษัทจะขาดทุนเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 แต่นักลงทุนยังคงให้การตอบรับอย่างคึกคัก ส่งผลให้มูลค่ากิจการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเข้าตลาดหุ้น และจุดกระแสถกเถียงในหมู่นักลงทุนและนักวิเคราะห์เกี่ยวกับความเหมาะสมของมูลค่าบริษัทในปัจจุบัน
โดยการทำ IPO ครั้งนี้ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ FOMO (Fear of Missing Out) หรือ "การที่นักลงทุนกลัวว่าจะตกขบวน" ที่ร้อนแรงที่สุดของปี แม้สเปซเอ็กซ์จะยังไม่มีกำไร ขณะที่ในปี 2568 ที่ผ่านมา รายได้ของสเปซเอ็กซ์กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 1.867 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดิม 1.402 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า แต่ถึงกระนั้นบริษัทก็ขาดทุนสุทธิถึง 4.94 พันล้านดอลลาร์ จากกำไร 791 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทบางกลุ่มยังคงมองเรื่องการเติบโตของบริษัทด้วยความระมัดระวัง โดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประเมินรายได้ของสเปซเอ็กซ์ในปี 2573 ไว้ว่าจะเกินระดับ 4.7 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะที่ มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่เกือบ 3.3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งห่างจากที่อีลอน มัสก์ ประเมินไว้มาก
ด้านนายอีลอน มัสก์ ได้กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีคนแรกของโลกที่มีทรัพย์สินสุทธิมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ จากการนำหุ้นของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq
ทั้งนี้ หุ้น SpaceX (SPCX) เปิดการซื้อขายในตลาด Nasdaq ที่ราคา 150 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าหุ้นที่นายมัสก์ถือครองในบริษัทมีมูลค่ามากกว่า 766,000 ล้านดอลลาร์ และเมื่อรวมกับมูลค่าหุ้นที่เขาถือครองอยู่ในบริษัท Tesla ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 280,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ทรัพย์สินสุทธิของเขาจากทั้ง 2 บริษัท ณ วันศุกร์ อยู่ที่ราว 1.05 ล้านล้านดอลลาร์
โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ SpaceX ทำให้ความมั่งคั่งของนายมัสก์เพิ่มขึ้นมากกว่า 180,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบัน เขามีทรัพย์สินมากกว่ามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของโลกอีก 5 อันดับถัดไปรวมกัน และยังสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน, ไอร์แลนด์ และสวีเดน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
